โครงการหลวง ป่าสนวัดจันทร์

โครงการหลวง ป่าสนวัดจันทร์
โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์

6/2/54

เป็นห่วงนะ 12 ข้อที่แนะนำ













จาก พงศ์พันธ์ วังซ้าย

ภาพสวย ๆ จากนก






นกเอ๋ยนกน้อย

เจ้าค่อยค่อย เติบโต เพื่อโผผิน

เมื่อปีกกล้า ขาแข็ง ได้แรงบิน

ไปทั่วถิ่น ท้องนภา น่าสบาย

4/2/54

เพื่อนชมรมกทม.สังสรรค์






เพื่อนชมรมศิษย์เก่า ที่กรุงเทพสังสรรค์กันเมื่อ วันที่ 28 มกราคม 2554 ที่สโมสรสนามกอล์ฟกองทัพบก
โดยมีประธานชมรมมาสังสรรค์ด้วย(ท่านรองบุญส่ง เตชะมณีสถิย) และเพื่อน ๆ อีกหลานคนดูตามรูปที่ถ้ายจากกล้อง
ของคุณอนันต์ และคุณพงศ์พันธ์ ซึ่งจากการได้ข้อมูลจากคุณอนันต์ ขอแจ้งข่าวให้เพื่อน ๆ ทราบดังนี้

สำหรับการจัดสร้างวัตถุมงคล ยังคงเจตนาเดิม โดยจัดสร้างเป็นเหรียญ ด้านหน้าเป็นรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ด้านหลังเป็นรูปพระนารายณ์เหยียบโลก จำนวนจัดสร้าง 10,000 เหรียญ จำหน่ายเหรียญละ 99 บาท
ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือน สำหรับทุนในการดำเนินการครั้งนี้ ทานรองบุญส่งจะเป็นคนรับผิดชอบ
ในการระดมทุน สำหรับการปลุกเสกจะมีรายละเอียดอีกเพิ่มเติม ซึ่งจะแจ้งข่าวคราวให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

อีก 1 ประเด็นคือ ในวันเสาร์ที่ 26-อาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ขอเชิญเพื่อน ๆไปร่วมทอดผ้าป่าทำบุญร่วมกันที่
วัดป่าถ้ำสันติธรรม ปากช่อง โคราชติดกับรีสอร์ทของเพื่อนแม้ว เพื่อระดมทุนในการจัดสร้างพระประธาน รายละเอียด
จะเชิญชวนอีกครั้งหนึ่ง ในเขต กทม.คงประสานที่คุณโจ้ กับคุณตุ้มเหมือนเคย และในจังหวัดพิษณุโลก
กำลังคิดอยู่งว่าจะให้ใครเป็นคนประสานการไปทำบุญครั้งนี้ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
และท้ายนี้ ได้มี สารจากคุณพงศ์พันธ์ วังซ้ายที่ได้ไปสังสรรค์มาแจ้งให้เพื่อด้วย

สำหรับเพื่อน ๆ ที่รับราชการ จากที่ผมทราบขอแจ้งให้เพื่อน ๆ ทราบต่อไปคือ คุณกุลดิลก แก้วประพาฬ
ได้ย้ายไปรับราชการ ที่ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานเกษตรกร สำนักงานอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด
และอีกหนึ่งท่านคือ พ.ต.อ.อดิศร อินสด ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการจังหวัดอุตรดิถย์ และคนที่จะได้ย้าย
ต่อไปคือ คุณณชพัฒน์(กิจจา) เทียนไพโรจน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งธนารักษ์ จ.มุกดาหาร แต่เจ้าตัวแจ้งกับผมว่า
อาจจะได้ย้ายเร็ว ๆ นี้แน่นอน เพราะอยู่ที่เดิม 6-7 ปีแล้ว ครบวาระมานานแล้ว
จาก
มนตรี ศรีภิรมย์

1. เพื่อนที่ กทม. สังสรรค์ อาหารเย็นศุกร์ 28 มกราคม 2554 สถานที่ สโมสรสนามกอล์ฟ ทบ. บางเขน
เพื่อแจ้งให้เพื่อนที่พิษณุโลกทราบ และมีท่านว่าที่ สส.เม้ง ผบ ทบ. และลูกชายเป็นพลขับมาให้ เป็นตัวแทนเพื่อนพิษณุโลกครับ
ส่วนภาพที่ 14 เป็น ท่าน ผบ ทบ. ของคุณสัมฤทธิ์ อิ่มอก ออกมาหาเสียง อยากให้ สามีเป็น สว. กับเขาบ้าง เพราะเห็นสามีนั่งยิ้มอย่างเดียว เกรงว่าคะแนนจะไม่มา ..........555555

2. คุณโจ-วัขร ฝากแจ้งมาว่าขอเชิญเพื่อนๆ(พิเศษที่สุดคือเพื่อนที่พิษณุโลกอยากให้มาแจมด้วยกันอีก)มาพบปะสังสรรค์ประจำเดือน กุมภาพันธ์ ที่รีสอร์ท ท่านแม้ว-ดรากร้อนฮิว และคุณโจแจ้งมาว่าจะพาเพื่อนๆไปวัดป่าถ้ำสันติธรรม ใกล้รีสอร์ท ประมาณ เสาร์ ที่26 กุมภาพันธ์ รายละเอียดคุณโจ จะประสานมาอีกครั้ง สองครับนะครับแต่ระวัง การติดต่อของแกนะครับ ส่งมามีแต่ภาษาอังกฤษครับเพราะเครื่องมือหากินของแกพิมพ์ไทยไม่ได้(แกซื้อของนอก มันไม่ยอมให้พิมพ์ไทย ......55555 วันหลังก็บอกเพื่อนด้วยว่าใครที่ชอบกลับดึก หากส่งข่าวให้แม่บ้าน แม่บ้านจะรู้ว่าสามีเขียนมาหาแต่อ่านไม่ออก เพราะนึกสามีชอบชมเมียตัวเอง ที่ไหนได้ขอต่อเวลาอยู่ ...... ชิมิ..ชิมิ เพื่อนที่สนใจอยากได้เครื่องมือหากินแบบแก ก็ติดต่อกันเอาเองนะครับเพราะแกจะสอนเทคนิคให้ด้วย .....55555)

3. ไม่ทันได้ถ่ายรูปท่านประธาน ชวลิต และคุณอี้-ลัดดาวัลย์ เพราะท่านติดภาระกิจ กลับบ้านก่อนเวลาอันควร......เลยพลาดการถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน

พงศ์พันธุ์ ครับ

2/2/54

3x8 = 23??? ท่านเอวี๋ยนหุย & ท่านขงจื้อ‏

3 x 8 = ?????

เอี๋ยนหุยใฝ่ศึกษา มีคุณธรรมงดงาม เป็นศิษย์รักของขงจื้อ มีอยู่วันหนึ่ง เอี๋ยนหุยออกไปทำธุระที่ตลาด เห็นผู้คนจำนวนมากห้อมล้อมอยู่ที่หน้าร้านขายผ้า


จึงเข้าไปสอบถามดู จึงรู้ว่าเกิดการพิพาทระหว่างคนขายผ้ากับลูกค้า
ได้ยินลุกค้าตะโกนเสียงดังโหวกเหวกว่า “3x8ได้ 23 ทำไมท่านถึงให้ข้าจ่าย24เหรียญล่ะ!”
เอี๋ยนหุยจึงเดินเข้าไปที่ร้าน หลังจากทำความเคารพแล้ว ก็กล่าวว่า “พี่ชาย 3x8 ได้ 24 จะเป็น 23 ได้ยังไง? พี่ชายคิดผิดแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก”

คนซื้อผ้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ชี้หน้าเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “ใครให้เจ้าเข้ามายุ่ง! เจ้าอายุเท่าไหร่กัน! จะตัดสินก็มีเพียงท่านขงจื้อเท่านั้น ผิดหรือถูกมีท่านผู้เดียวที่ข้าจะยอมรับ

ไป ไปหาท่านขงจื้อกัน ”




เอี่ยนหุยกล่าวว่า “ก็ดี หากท่านขงจื้อบอกว่าท่านผิด ท่านจะทำอย่างไร?”
คนซื้อผ้ากล่าวว่า“หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ?”
เอี๋ยนหุยกล่าวว่า “หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมถูกปลดหมวก(ตำแหน่ง)”
ทั้งสองจึงเกิดการเดิมพันขึ้น

เมื่อขงจื้อสอบถามจนเกิดความกระจ่าง ก็ยิ้มให้กับเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “3x8ได้ 23 ถูกต้องแล้วเอี๋ยนหุย เธอแพ้แล้ว ถอดหมวกของเธอให้พี่ชายท่านนี้เสีย”


เอี๋ยนหุย ไม่โต้แย้ง ยอมรับในการวินิจฉัยของท่านอาจารย์ จึงถอดหมวกที่สวมให้แก่ชายคนนั้น
ชายผู้นั้นเมื่อได้รับหมวกก็ยิ้มสมหวังกลับไป
ต่อคำวินิจฉัยของขงจื้อ ต่อหน้าแม้เอี๋ยนหุยจะยอมรับ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น


เอี๋ยนหุยคิดว่าท่านอาจารย์ชรามากแล้ว ความคิดคงเลอะเลือน จึงไม่อยากอยู่ศึกษากับขงจื้ออีกต่อไป

พอรุ่งขึ้น เอี๋ยนหุยจึงเข้าไปขอลาอาจารย์กลับบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าที่บ้านเกิดเรื่องราว ต้องรีบกลับไปจัดการ
ขงจื้อรู้ว่าเอี๋ยนหุยคิดอะไรอยู่ ก็ไม่ได้สอบถามมากความ อนุญาตให้เอี๋ยนหุยกลับบ้านได้
ก่อนที่เอี๋ยนหุยจะออกเดินทาง ได้เข้าไปกราบลาขงจื้อ ขงจื้อกล่าวอวยพรและให้รีบกลับมาหากเสร็จกิจธุระแล้ว

พร้อมกันนั้นก็ได้กำชับว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”

เอี๋ยนหุยคำนับพร้อมกล่าวว่า “ศิษย์จะจำใส่ใจ” แล้วลาอาจารย์ออกเดินทาง

เมื่อออกเดินทางไปได้ระยะหนึ่ง เกิดพายุลมแรงสายฟ้าแลบแปลบ เอี๋ยนหุยคิดว่าต้องเกิดพายุลมฝนเป็นแน่
จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปอาศัยอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ฉุกคิดถึงคำกำชับของท่านอาจารย์ที่ว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เราเองก็ติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานาน ลองเชื่ออาจารย์ดูอีกสักครั้ง คิดได้ดังนั้น จึงเดินออกจากต้นไม้ใหญ่

ในขณะที่เอี๋ยนหุยเดินไปได้ไม่ไกลนัก บัดดล สายฟ้าก็ผ่าต้นไม้ใหญ่นั้น
ล้มลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา เอี๋ยนหุยตะลึงพรึงเพริด
คำกล่าวของพระอาจารย์ประโยคแรกเป็นจริงแล้ว หรือตัวเราจะฆ่าใครโดยไม่รู้สาเหตุ?

เอี๋ยนหุยจึงรีบเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว แต่ไม่กล้าปลุกคนในบ้าน เลยใช้ดาบที่นำติดตัวมาค่อยๆเดาะดาลประตูห้องของภรรยา
เมื่อเอี๋ยนหุยคลำไปที่เตียงนอน ก็ต้องตกใจ ทำไมมีคนนอนอยู่บนเตียงสองคน!
เอี๋ยนหุยโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบดาบขึ้นมาหมายปลิดชีพผู้ที่นอนอยู่บนเตียง
เสียงกำชับของอาจารย์ก็ดังขึ้นมา “อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”

เมื่อเขาจุดตะเกียง จึงได้เห็นว่า คนหนึ่งคือภรรยา อีกคนหนึ่งคือน้องสาวของเขาเอง

พอฟ้าส่าง เอี๋ยนหุยก็รีบกลับสำนัก
เมื่อพบหน้าขงจื้อจึงรีบคุกเข่ากราบอาจารย์และกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ คำกำชับของท่านได้ช่วยชีวิตของศิษย์ ภรรยาและน้องสาวไว้
ทำไมท่านจึงรู้เหมือนตาเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์บ้าง?”
ขงจื้อพยุงเอี๋ยนหุยให้ลุกขึ้น และกล่าวว่า “เมื่อวานอากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก น่าจะมีฟ้าร้องฟ้าแลบเป็นแน่

จึงเตือนเธอว่า อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่
และเมื่อวาน เธอจากไปด้วยโทสะ แถมยังพกดาบติดตัวไปด้วย
อาจารย์จึ้งเตือนเธอว่า อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง ”

เอี๋ยนหุยโค้งคำนับ “ท่านอาจารย์คาดการดังเทวดา ศิษย์รู้สึกเคารพเลื่อมใสท่านเหลือเกิน”

ขงจื้อจึงตักเดือนเอี๋ยนหุยว่า “อาจารย์ว่าที่เธอขอลากลับบ้านนั้นเป็นการโกหก ที่จริงแล้วเธอคิดว่าอาจารย์แก่แล้ว ความคิดเลอะเลือน
ไม่อยากศึกษากับอาจารย์อีกแล้ว เธอลองคิดดูสิ อาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 23 เธอแพ้ ก็เพียงแค่ถอดหมวก

หากอาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 24 เขาแพ้ นั่นหมายถึงชีวิตของคนๆหนึ่ง เธอคิดว่าหมวกหรือชีวิตสำคัญล่ะ? ”

เอี๋ยนหุยกระจ่างในฉับพลัน คุกเข่าต่อหน้าขงจื้อ แล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์เห็นคุณธรรมเป็นสำคัญ โดยไม่เห็นแก่เรื่องถูกผิดเล็กๆน้อยๆ

ศิษย์คิดว่าอาจารย์แก่ชราจึงเลอะเลือน ศิษย์เสียใจเป็นที่สุด”


จากนั้นเป็นต้นไป ไม่ว่าขงจื้อจะเดินทางไปยังแห่งหนตำบลใด เอี๋ยนหุยติดตามไม่เคยห่างกาย
จากตำนานเรื่องเล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเพลงๆหนึ่งของอิวเค่อหลี่หลิน(นักร้องดูโอของไต้หวัน)

ที่ร้องว่า “หากสูญเสียเธอไป ต่อให้เอาชนะทั้งโลกได้แล้วจะยังไง? เช่นกัน

บางครั้งคุณอาจเอาชนะคนอื่นด้วยเหตุผลของคุณ แต่อาจจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป ”


เรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหนักเบารีบช้า อย่าเป็นเพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต
เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม


ทะเลาะกับลูกค้า ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ตรวจผลงานปลายปีมาถึง คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เธอไม่สนใจคุณ คุณก็หากับข้าวกินเองละกัน)
ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เคลียร์ไม่ได้ คุณอาจจะเสียเพื่อนไปเลย)


ใบชา เกิดสีสวยและกลิ่นหอมน่าลิ้มลองได้ ก็เพราะโดนน้ำร้อนลวก
ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน เพราะเผชิญกับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า
จึงเหลือไว้ซึ่งเรื่องราวเป็นตำนานให้ได้เล่าขานน่าตามติด


ผู้ที่รู้สำนึกคุณอยู่เสมอ จึงเป็นผู้มีวาสนามากที่สุด

พิษณุ รักการศิลป์ (p_rakkarnsin@hotmail.com

31/1/54

ยายยิ้ม


ยายยิ้ม หญิงร่างเล็ก หลังงุ้ม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสมชื่อ
อาศัยในบ้านไม้ที่เกือบเสร็จท่ามกลางป่าเขา
จ.พิษณุโลก อยู่ลำพังอย่างเดียวดาย ห่างไกลผู้คนและเงียบสงัด

เมื่อ 20 ปี ก่อน ยายมีบ้านอยู่ที่อำเภอพรหมพิราม พร้อมลูกหลาน
ตอนนั้นลูกชายคนเล็กตั้งใจจะมาบุกเบิกทำมาหากินบริเวณที่อยู่ปัจจุบัน
แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้ง ความไกล ไข้ป่า และความลำบาก
ส่งผลให้ลูกชายของยายเลือกที่จะไปขับรถแท๊กซี่ใน กทม.

และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ และการไม่อยากเป็นภาระลูกหลานหรืออื่นๆ
ยายยิ้มจึงตัดสินครั้งสำคัญ อาศัยอยู่ที่บ้านในป่าผืนนั้น เป็นต้นมา

ลูกหลานขอร้องให้ยายกลับมาอยู่บ้านแต่ยายไม่กลับ
ลูกหลานจึงได้แต่มาเยี่ยมยายเป็นระยะรวมถึงการนำเสื้อผ้าผ้าห่ม
ข้าวสารอาหารแห้งมาให้ยาย ลูกชายคนที่ยังอยู่ในอำเภอพรหมพิรามบอกว่า
"แม่เขาจะบอกว่าไม่ต้องเอามาให้มากนะ ในชีวิตเขา แม่เขาไม่เคยอยากได้อะไรเลย
เคยถามเขาก็บอกว่า เขาพอแล้ว สมัยยังเด็กบ้านเราจนกันมาก
พ่อก็ตายตอนที่เรายังเล็ก ๆ แต่แม่คนเดียวก็หา
เลี้ยงลูกได้ มานึกดูแกต้องทำงานหนักมาก แม่ถึงเน้นสอนให้เข้มแข็ง
หนักเอาเบาสู้ไม่เลือกงาน"


ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางขุนเขา ยายไม่มีนาฬิกา
แต่ทุกเวลาล้วนมีคุณค่า การมีชีวิตอยู่ของยายหมดไปกับการปลูกต้นไม้
ทำฝายเล็ก ๆ ที่ยายได้อาศัยในยามหน้าแล้งและยังเป็นสายธาร
หล่อเลี้ยงบรรดาสัตว์และต้นไม้บนผืนแผ่นดินนี้
และตั้งใจถวายในหลวงและพระราชินี ยายรักในหลวงและพระราชินีมาก

กิจวัตรประจำวัน ตื่นแต่เช้า จุดธูปไหว้พระ เก็บมุ้ง กระย่องกระแย่งมาจุดฟืนหุงข้าว
ตักข้าวสุกแรกเก็บไว้ ตักข้าวกินกับน้ำพริก หรือ ปลาแห้งที่เก็บไว้
ลงมากวาดลานบ้าน ซักผ้า หาบน้ำที่ลำห้วย ออกไปหาฟืนหาไม้ มาเก็บไว้


ก่อนจะคดข้าวใส่กล่อง น้ำพริก ใส่ย่าม สวมที่ขาดวิ่น ใช้พร้าแทนไม้เท้าเวลาเดิน
ข้ามห้วย ข้ามหนอง เข้าไปในป่าลึก ผ่านฝายเล็กๆ หรือคันนาที่ยายทำไว้ 11 ฝาย
เป็นคันดินที่ยายใช้ "จอบกับใจ" ค่อยๆขุดขึ้นมา กลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆกักเก็บน้ำ
พอให้สัตว์เล็กได้มาอาศัย ต้นไม้ชุ่มชื่น ระหว่างนั้นก็เอาข้าวมาโปรยให้สัตว์
ในแอ่งดินกันทำคันดินนี้เสร็จ ก็เข้าไปลึกเรื่อยๆ ที่ละฝาย ทีละฝาย
เวลาแต่ละวันผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เหนื่อยก็พัก แล้วก็เดิน กลับบ้าน
ชีวิตยาย เป็นไปอย่างเรียบง่าย

ทุก ๆ วันพระ ยายจะเดินลงมาจากเขา ด้วยระยะทางเกือบ 8 กิโล
บวกกับวัยชราของยาย จึงทำให้ยายใช้เวลาใน การเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ศรัทธาของยายเสื่อมถอยลง ลำพังคนหนุ่มสาว
จะให้เดินขึ้นลงเขา สัก 7-8 กิโลเมตร ยังเล่นเอาเหงื่อตก
แต่สำหรับยายยิ้มถือเป็นกิจวัตรสม่ำเสมอทุกวันโกน วันพระเพราะไม่ว่าฝนจะตก
ฟ้าจะร้อง ยายก็ต้องไปถึงวัดไม่เคยขาด

ระยะทางไกลที่เต็มไปด้วยหล่มโคลน ถนนเป็นร่อง ขรุขระ ยายยิ้ม
จะออกเดินเท้าจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เหนื่อยก็พัก ถึงวัดกี่โมงไม่รู้
รู้แต่เมื่อถึงวัดก็เปลี่ยนชุดชาว สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ทำความสะอาดวัด
ทำบุญ เมื่อกลับจากวัด แกก็จะมานับวันหลังจากนั้นไปถึงวันโกนวันพระอีกที
ก่อนที่เดินกลับบ้านในป่า ยายเลือกใช้ชีวิตเพียงลำพัง
และใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอย่างมีความสุขอีกครั้ง

เราขาดในสิ่งที่ยายยิ้มมี นั่นคือ ความพอเพียง ความศรัทธา ความไม่โลภ
เรามีในสิ่งที่ยายขาด นั่นคือ ความทุกข์

พิธีกร : ข้าวสารอาหารแห้งเอามาจากไหน
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ เขาเอามาให้ก็ต้องกิน
เขาจะได้บุญและก็ต้องกินอย่างประหยัดๆ ไม่ฟุ่มเฟือย

พิธีกร : ฝนตกเปียกไหม
ยายยิ้ม : ก็หลบๆเอา ไม่ลำบาก อย่าคิดว่ามันลำบาก

พิธีกร : เสื้อผ้า ขาดแล้วยังใส่อยู่
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ ใส่ไว้เขาจะได้บุญ

พิธีกร : ลูกหลานอยากให้ไปอยู่ด้วยกัน
ยายยิ้ม : ไม่ใช่ว่าจะไม่พึ่ง แต่ให้หมดค่าก่อนค่อยพึ่ง ป่วยไม่สบายไม่มีแรงค่อยพึ่งเขา

พิธีกร : ทำฝายไปให้ใคร
ยายยิ้ม : ให้ในหลวงพระราชินี ท่านเป็นถึงเจ้าแผ่นดินยังทำงาน เราก็ต้องทำให้ท่านบ้าง..
ส่วนสิ่งที่ทำในหลวงไม่เห็นผีสางเทวดาก็เห็น

พิธีกร : ได้ประโยชน์อะไรจากฝาย
ยายยิ้ม : ในหลวงบอกมีฝายมีน้ำ มีป่า มีปลาเล็กเป็นอาหารนกอีกทีรวมถึงได้ใช้ยามหน้าแล้ง

พิธีกร : กลัวล้มไหมเวลาเดินไปไหน
ยายยิ้ม : กลัวแต่ก็ต้องทำ ทำแล้วมีความสุข

พิธีกร : เหนื่อยไหมที่ทำมา
ยายยิ้ม : เหนื่อย แต่ทำแล้วมีความสุข

พิธีกร : เดินไปวัดลำบาก เหนื่อยไหม
ยายยิ้ม : เหนื่อยก็พัก แล้วเดินต่อ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรียบ เห็นพระก็หายเหนื่อย

พิธีกร : สรุปว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ
ยายยิ้ม : คนอื่นว่าลำบากแต่ถ้าเราคิดว่ามันเป็นสวรรค์มันก็ไม่ลำบาก

พิธีกร : ยายมาทำบุญทุกวันพระไหม
ชาวบ้าน : ยายมาประจำแหละ ยายแกชอบทำบุญ ได้เบี้ยเดือน 500 แกยังทำบุญหมดเลย

พระ (กางมุ้งให้ยายนอนในศาลาวัด) : ไม่บาปหรอกยาย ช่วยๆกัน ดูแลกัน
ยาย (นั่งยิ้มด้วยความจำนน)
ยาย เอาเงินที่เก็บๆรวมถึงเงินที่ชาวบ้านให้ไว้มาทำบุญ
ยาย อวยพรให้และภาวนาให้คนที่ทำบุญด้วย
พิธีกร : ยายรู้จักเขาเหรอ
ยายยิ้ม : (ยิ้ม) ไม่รู้จักหรอก เห็นบอกว่าจะบวชก็เลยทำบุญ
ให้ยายทำบุญนะ (สงสัยคงจะเป็นเงินที่ทางรายการให้)
พิธีกร : ทำเถอะยาย ไม่ว่าอะไรหรอก

พิธีกร : ยายมีของแค่นี้เหรอ (หยิบกระเป๋าใบเล็กที่บรรจุเสื้อผ้า หยูกยาที่จำเป็น บัตรประชาชน)
ยายยิ้ม : แค่นี้แหละเตรียมไว้ เวลาเจ็บป่วยขึ้นมา เอาไปใบเดียว คนอื่นจะได้ไม่ลำบากหา

พิธีกร : จะไม่เป็นการแช่งตัวเองหรือ
ยายยิ้ม : ยิ่งเจ็บ ยิ่งต้องพึ่งตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัว

พิธีกร : เวลายาไปตัดไม้ไผ่ ทำฝายไม่เกินกำลังเหรอ เอาแรงมาจากไหน
ยายยิ้ม : หัวเราะเบาๆแล้วตอบว่า มันเกินกำลังอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องมีความพยายามยายบอกวันนี้หมดแรง นอนพัก พรุ่งนี้แรงก็มาใหม่

พิธีกร : ยายยังขาดอะไรอีกในชีวิต
ยายยิ้ม : ยายยิ้มสมกับชื่อ แล้วตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ขาดความทุกข์

จาก
ladawan_yoon@hotmail.com(ลัดดาวัลข์ อุดมธนวงศ์)

29/1/54

เพื่อน มนัส อินศรีชื่นป่วย‏



เพื่อนร่วมรุ่นของเรา คุณมนัส อินศรีชื่น ป่วย ด้วยเส้นโลหิตในสมองแตก
เมื่อคืนวันที่ 27 มกราคม 2553 เวลา 02.00 น. ปัจจุบันนอนพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาลพุทธชินราช ห้อง ICU
อาคารรังสี และผ่าตัด ชั้น 4 อาการล่าสุดที่ผมได้ไปเยี่ยม(29 มค.) ปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้ว
จากการสอบถามภรรยา หมอแจ้งว่าอาจจะนอนรักษาตัวที่ห้อง ICU อักสัก2-3 วัน หลัง
จากนั้นก็อาจจะได้ย้ายไปห้องพิเศษ เพื่อทำการรักษาและทำกายภาพบำบัด ต่อไป
สำหรับห้อง ICU กำหนดตารางเวลาเยี่ยม
07.00-08.00 น.
12.00-13.00 น.
15.00-16.00 น.
18.00-19.00น.
รายงานโดย
มนตรี ศรีภิรมย์
สำหรับรูปคุณมนัส จะอยู่ตรงกลาง ใส่เสื้อลาย

27/1/54

คาถาของคนอยู่ในสังคม‏

กูว่าแล้วในโลกนี้มีปัญหา
เขาไม่ด่า ก็ชื่นชม หรือเฉยๆ
สาม ประเภทที่ว่านี้มิเปลี่ยนเลย
จงวางเฉยใครถือสาเป็นบ้าตาย

คำสอนของพระพุทธเจ้า
อย่าไปนึกว่า ' คนอื่น ' เหนือ กว่าเรา เพราะทำให้เกิดปมด้อย
อย่าไปนึกว่า ' คนอื่น ' ต่ำ กว่าเรา เพราะทำให้เกิดทิฐิ
อย่าไปนึกว่า ' คนอื่น ' เสมอ เท่าเรา เพราะทำให้เกิดการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น
จงนึกเสมอว่า ' คนอื่นทุกคน ' เป็นเพื่อนรวมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมด

การบรรยายธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี ท่านได้ให้พร 4 ข้อ ดังนี้
1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง ' กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก ' คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส ' จิตประภัสสร ' ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี ' แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข '

> 2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
' แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน '
คนเราต้องมี พรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า ' เจ้ากรรมนายเวร ' ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอน
ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ' ไฟสุมขอน ' ( ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี ' แผ่เมตตา ' หรือ ซื้อโคมลอยมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล ่อยให้ลอยไป


> 3. อย่าเสียเวลากับความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ ' ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น '
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องภาระต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ ' อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน '
' อยู่กับปัจจุบันให้เป็น ' ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี ' สติ ' กำกับตลอดเวลา


> 4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
' ตัณหา ' ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ ' ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม '
ทุกอย่างต้องดู ' คุณค่าที่แท้จริง ' ไม่ใช่ คุณค่าเทียม < /FONT> เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกาคืออะไร ? คือไว้ดูเวลาไม่ใช่ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือคืออะไร ? คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้จริงของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า ' เิกิดมาทำไม ' คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ตามหา ' แก่น ' ของชีวิตให้เจอ
คำว่า ' พอดี ' คือ ถ้า ' พอ ' แล้วจะ ' ดี ' รู้จัก ' พอ ' จะมีชีวิตอย่างมีความสุข '
(w_pongpan@hotmail.com

22/1/54

มาแก้เครียดกันดีกว่า

บักหม่อง !?

.. ทำไม บักหม่อง ถึงพาเพื่อน..แห่กันไปเที่ยวผับ.. ทีละ18 คน...

ก็เพราะหน้าผับ....... เขาประกาศไว้ว่า...........

ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้าน่ะสิ(!!)

------------

* บักหม่อง..ไปร้านขายทีวี..! ถามคนขายว่า

' ไม่ทราบว่า..ที่นี่มีทีวีสีขายรึเปล่า?

คนขายตอบว่า..' มี'

บักหม่องเลยบอกว่า................

' งั้นเอาสีเขียวมาเครื่องนึง'

------------

บักหม่อง..เข้าไปเดินดูของในร้านจีฉ่อย

เห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่งวางอยู่

บักหม่องถามอาอึ้มว่า

' อึ้ม..** ที่วอบแวบสีเงินๆ นั่นอะไร'

อึ้มตอบว่า' กระติกน้ำไง................(** ฟาย)'

' แล้วมันทำอะไรได้มั่ง'

' ก็ใส่ของร้อน-ก็ร้อนนาน................ ใส่ของเย็น-ก็เย็นนาน'.

บักหม่อง..เห็นว่าน่าสนใจ...................เลยตกลงซื้อมาอันนึง

เช้าของวันใหม่..อากาศแจ่มใส

บักหม่อง..ก็เอากระติกน้ำที่เพิ่งซื้อมา..ไปที่ทำงาน..

ตั้งอวดบนโต๊ะ..อย่างภาคภูมิ

หัวหน้าบักหม่องเห็นเข้า...................เลยถามขึ้น

' อะไรนั่นน่ะ..บักหม่อง'

' กระติกน้ำครับ'

' แล้วมันมีอะไรพิเศษรึ'

' ก็ใส่ของร้อน..เก็บความร้อนได้

หรือใส่ของเย็น..ก็เก็บความเย็นได้'

หัวหน้าเลยถามว่า..

' แล้วใส่อะไรมาล่ะ'

บักหม่องยืด..ก่อนจะตอบว่า..

' กาแฟร้อน2 แก้ว.. กับไอติม1 ถ้วยครับ'

--------------

ทุกครั้ง..หลังถ่ายเอกสารเสร็จ

บักหม่อง..จะเอาฉบับก๊อปปี้-มาตรวจทาน..เทียบกับต้นฉบับ

เพื่อเช็คดูว่า..มีคำไหนสะกดผิดรึเปล่า

--------------

บักหม่อง..จะยิ้มทุกครั้ง...................ที่ฟ้าผ่า

เพราะนึกว่า..มีคนกำลังถ่ายรูปเขาอยู่

-------------

รู้ป่าวว่า...ทำไมบักหม่อง................ถึงกดโทรศัพท์เบอร์ฉุกเฉิน911).. ไม่ได้

ก็เพราะ........เขาหาเบอร์ 11 ( สิบเอ็ด).................. บนแป้นไม่เจอ

-----------------

บักหม่อง..เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่เครื่องหนึ่ง

เล่นไปซักพัก..ก็เจอปัญหา

บักหม่อง..เลยลองกดที่HELP บนแป้นF1

ผ่านไปพักใหญ่... บักหม่องหงุดหงิดมาก

เลยโทรไปต่อว่า..ร้านที่เขาซื้อคอมมา

' ผมกดF1 ตามที่เครื่องบอก.. เวลาที่มีปัญหา

แล้วก็รออยู่เป็นชั่วโมง.. ยังไม่เห็นมีใครมาช่วย เลย'

คนขาย :'(**...)' (!!)

วันรุ่งขึ้น

บักหม่อง : เครื่องคอมพิวเตอร์ คุณนี่ห่วยมากอีกแล้วน่ะ

ผมเสียเงินซื้อไปตั้งเยอะมีแต่ปัญหาไม่รู้จบ

หน่ำซ้ำ

พอโทรมาสอบถามพนักงานงานขายของคุณ ก็ดันตอบไม่รู้เรื่อง

ผู้จัดการ : มีปัญหาอะไรให้ดิฉันรับใช้ได้ค่ะ

( เสียงสั่นเครือมากด้วยอาการที่หวาดกลัวจะถูกลูกค้าด่ากลับ)

บักหม่อง : ก็หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณน่ะ

รายงานผลว่า'

ซีตุ๊ป -ซีตุ๊ป'

ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง

ผู้จัดการ: บอกว่าเธอก็ไม่รู้ว่า ไอ้ซีตุ๊ป-ซีตุ๊ปเนี่ยมันคืออะไร

ช่วงนั้นก็น้ำตาเกือบไหล เพราะกะว่าถ้าตอบปัญหาลูกค้าไม่ได้

ต้องถูกไล่ออกแน่เลยตู

จนกระทั่ง.....

ผู้จัดการ : คุณลองสะกดคำว่า' ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป' หน่อยสิคะ

ว่าสะกดอย่างไร

บักหม่อง :S - E - T - U - P - S - E - T - U - P

ผู้จัดการ :คุณนี่ สุดยอด จริง ๆอ่านได้งัย ซีตุ๊ป– ซีตุ๊ป

-------------

บักหม่อง..ไปหาหมอ...ในสภาพหูบวมแดงน่ากลัว

หมอถามว่า....' ไปโดนอะไรมาครับ'

บักหม่องตอบว่า..' ผมกำลังรีดผ้าอยู่.. แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

แต่แทนที่จะหยิบโทรศัพท์มาพูด

ผมดันเผลอ..เอาเตารีดขึ้นมาแนบหูน่ะสิ'

' โอ้ว..เดียร์'

หมออุทานเป็นภาษาฝรั่ง................ด้วยความเวทนา

' แล้วหูอีกข้าง..ทำไมถึงแดงเหมือนกันล่ะ'

.. หมอถามต่อ

' ก็**บ้านั่น...เสือ_ โทร.กลับมาอีกรอบ..อ่ะดิหมอ'

---------------

* หลังจาก...ใช้ความพยายาม................ต่อจิ๊กซอว์อยู่นาน

ในที่สุด..บักหม่องก็ต่อเสร็จ

เขาเอาไปอวดเพื่อน..ด้วยความภูมิใจ

' เป็นไง............... เนี่ยฉันใช้เวลาต่อ..แค่5

เดือนเองนะโว้ย'

เพื่อนบักหม่องงง..ที่เขากล้าอวด

' 5 เดือนเหรอ ! แถวบ้านฉันเรียกว่า..!

โคตรนานเลยนะนั่น'

' แกนี่ไม่รู้อะไร'

บักหม่อง..ไม่ยอมลดละ

' ดูที่กล่องนี่............... เห็นมั้ย................ มันบอกว่า...

' สำหรับ4-7 ปี'

แต่..ฉันใช้เวลาแค่5 เดือนเองนะเฟ้ย..(!!)

20/1/54

ดญ.คำหล้า...ทุบกระท้อนเก่งมาก

ณ โรงเรียนชนบทที่อยู่ใกล้ สวนมะพร้าว และสวนกระท้อน
ครูนิดเป็นคนชอบทานระท้อนมาก ๆ
และด.ญ.คำหล้าเป็นเด็กที่ทุบกระท้อนเก่งมาก
จนครูนิดต้องให้ทุบกระท้อนให้ทานทก ๆ วัน
แล้ววันหนึ่งครูนิดก็พูดเหมือนเดิมว่า

ครูนิด - ด.ญ.คำหล้าวันนี้ช่วยทุบกระท้อน ให้ครูสัก 3 ลูกนะ

ด.ญ.คำหล้า - วันนี้ครูนิดให้หนูทำอย่างอื่นแทนได้ไหมค่ะ

ครูนิด - ทำไมล่ะ เธอทุบกระท้อนหนาวอร่อยดีครูชอบ

ด.ญ.คำหล้า - หนูก็อยากทำให้ครูนะคะ แต่วันนี้ตอนมาโรงเรียนหนูเดินไม่ทันระวังแก้วมันบาดส้นเท้าหนูค่ะ

ครูนิด - !!!!!!!!!!!!!!!!??????????

ถ่ายนู๊ดครั้งแรก‏

หนุ่มสาวคู่หนึ่งใช้เวลาด้วยกันเป็นคืนแรก หลังผ่านพิธีแต่งงานมาหมาดๆ ฝ่ายเจ้าสาวเข้าไปอาบน้ำก่อน และออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุม สามีจอมโอ่ ก็เอ่ยปาก

“ที่รัก ตอนนี้เราก็แต่งงานกันแล้ว คุณถอดเสื้อคลุมให้ผมดูหน่อยน่ะครับ”

ภรรยาสาวแสนสวยจึงเปิดเสื้อคลุมออก ฝ่ายสามีถึงกับตะลึง และร้องอุทาน

“โอ้โห้ คุณช่างสวยเหลือเกิน ให้ผมถ่ายรูปคุณได้ไหม”

“ถ่ายรูปเหรอค่ะ ” หญิงสาวถามอย่างงงงวย

“ใช่แล้วที่รัก ผมจะได้เก็บภาพความสวยของคุณไว้ในหัวใจผมตลอดไปไง”

หญิงสาวยิ้มหวานและปล่อยให้เขาถ่ายรูป จากนั้น ชายหนุ่มก็เข้าไปอาบน้ำบ้าง และ ออกมาด้วยชุดคลุม หญิงสาวจึงถามเขาว่า

“คุณจะใส่ชุดคลุมทำไมล่ะค่ะ ตอนนี้เราแต่งงานกันแล้วน๊า”

ทันทีที่ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุม หญิงสาวถึงกับร้องอุทาน

“โอ้ โอ้ โอ้ ขอชั้นถ่ายรูปหน่อยน่ะ” ชายหนุ่มยิ้มกระหยิ่ม และ ถามว่าจะถ่ายทำไม

“ชั้นจะได้เอารูปไปอัด และ ขยาย “อะไร ๆ ” ให้มันใหญ่ขึ้นได้ไง”

17/1/54

สมาคมชาวพิษณุโลก จัดงานครบ 50 ปี‏

ถึง เพื่อน ๆ ในกทม. สมาคมชาวพิษณุโลก จะจัดงานครบรอบ
50 ปี ในวันที่ 26 ก.พ. ที่สวนร่วมใจ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในกฟผ.บางกรวย
ประสานงานกับ คุณลดาวัลย์(อี้) เบอร์โทร 081-8753494 นะครับ
จาก
มนตรี


มนตรี แจ้งข่าวเพื่อนๆที่กทม.ด้วยหรือตจว.ก็ได้ว่ามีงานสมาคมชาวพิษณุโลก(กทม) ครบรอบ 50 ปี
ในวันที่ 26 กพ.2554 จัดที่สวนร่วมใจริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกฟผ.บางกรวย(ผู้ว่าฯกฟผ.คนพิษณุโลก)
บัตรละ 300.-บาท โต๊ะละ 8 ที่นั่งเราเตรียมไว้ให้ในรุ่น 3 โต๊ะเลขที่ 11-13 ถ้ายังไงส่งข่าวให้เพื่อนๆ
ทราบด้วย ถ้าต้องการเพิ่มหรือลดจำนวนก็แจ้งให้ทราบด่วนด้วยนะ

ลดาวัลย์(อี้)
ขอเพิ่มเติมรายละเอียด

ผอ.กฝผ.ชื่อ พี่ สุทัศน์ ปัทมศิริวัฒน์ บ้านอยู่ที่วังทอง เป็นลูกเจ้าของบริษัทวังทองยานยนต์
เป็นน้องชาย อดีต ส.ส. วีระ ปัทมศิริวัฒน์ (เสียชีวิตไปแล้ว)
เป็นศิษย์เก่า พ.พ. รุ่นพี่เรา ประมาณ 3-4 ปี นิสัยเป็นกันเองดีมาก

... สุรินทร์ ศรเพชร .. ครับผม

14/1/54

พระคุณครู

อันไม้เรียว คอยเคียวเข็ญ ให้เป็นผล
ศิษย์ทุกคน ต่างกล่าวขาน สะท้านหู
ศิษย์บางคน เคยลิ้มรส ไม้เรียวครู
ยืนหยัดอยู่ ดูดีได้ เพราะไม้เรียว
มือจับชอล์ก ยืนขีดเขียน เพียรพร่ำสอน
ตามขั้นตอน เพิ่มปัญญา ฉลาดเฉลียว
มุ่งปลูกฝัง ศิษย์รักใคร่ ได้กลมเกลียว
เป็นหนึ่งเดียว รู้จงรัก สามัคคี
พระคุณครู เป็นผู้ให้ ได้ทุกสิ่ง
จากใจจริง ด้วยจริงใจ ไม่หน่ายหนี
อยากให้ศิษย์ ทุกทุกคน ไปได้ดี
มีหน้าที่ มีการงาน ที่มั่นคง
ภาพของครู เป็นเรือจ้าง ไม่จางหาย
พาเราไป ได้ในสิ่ง ที่ประสงค์
เป็นกระดาษทราย คอยขัดเกลา เราอ่อนลง
ศิษย์บรรจง ขอก้มกราบ แทบเท้าครู
สุรชัย พงษ์พานิช , ๑๐ ธ.ค.๒๕๕๔

12/1/54

เป็นประธานต้องเฉียบขาด‏

เพิ่งมารับงานฟื้นฟูกิจการที่ตกต่ำของบริษัทฯ เป็นวันแรก

เขาเรียกประชุมพนักงานทันที แล้วประกาศนโยบายแรก

ซึ่งก็คือการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน

ใครทำงานไม่เต็มที่จะต้องถูกพิจารณาอย่างเด็ดขาด

หลังการประชุม เขาออกเดินตรวจตราบริษัท พร้อมกับผู้อำนวยการอีก 6-7 คน

ความสนใจของเขาเพ่งเล็งอยู่ที่ไอ้หนุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนพิงผนังดูคนอื่นทำงานอย่าง สบายใจ

เขาเดินตรงไปที่ไอ้หนุ่มทันทีแล้วถาม

" เงินเดือนคุณเดือนละเท่าไหร่ ?"

" เจ็ดพันครับ " ไอ้หนุ่มตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน

ไม่เปลี่ยนแม้แต่ท่ายืนด้วยซ้ำเขาควักเงินเจ็ดพันบาทยื่นให้ไอ้หนุ่มทันที แล้วตะโกนลั่น ...

" นี่เงินเดือนๆ สุดท้ายของคุณ แล้วเชิญคุณออกไปเลยไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก "

ไอ้หนุ่มคว้าเงินแล้วโกยแน่บทันที ในขณะที่เขาหันหลังกลับมาหา พนักงานบริษัทที่ตะลึง
กันถ้วนหน้า

ประธานคนใหม่ ตะโกนเสียงเข้ม ถามว่า ...

" ใครตอบผมได้บ้าง ว่าไอ้หนุ่มนั่นทำงานหน่วยไหน ?"

ความเงียบปกคลุมทั่วสำนักงานเป็นเวลาหลายวินาที

ก่อนที่จะมีผู้กล้าพูดออกมา

" เขามาส่งพิซซาครับ !!! "

8/1/54

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสเนื่องในวาระวันขึ้นปีใหม่ว่า

“ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆคน ให้มีความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา ความปรารถนาของทุกคน คงไม่แตกต่างกันนัก คือ ต้องการให้ตนเอง มีความสุขความเจริญ และให้บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็น ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นคนไทยมีความสุขถ้วนหน้ากัน ด้วยการให้ คือ ให้ความรักความเมตตากัน ให้น้ำใจไมตรีกัน ให้อภัยกัน ให้การสงเคราะห์อนุเคราะห์กัน โดยมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันด้วยความบริสุทธิ์และจริงใจ ทุกคนทุกฝ่าย จะได้สามารถร่วมมือ ร่วมความคิดอ่านกัน สร้างสรรค์ความสุข ความเจริญมั่นคง ให้แก่ตนแก่ประเทศชาติ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้สำเร็จผลได้ ดังที่ตั้งใจปรารถนา

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภัย ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน”

อยากมีสามีฉลาดๆแบบนี้บ้างจัง...

"นังเมียโง่"

ตอนจีบกันทีแรกก็จำได้ว่ามันฉลาดมาก นี่นา
เรียนก็สูง หน้าที่การงานก็ดี ทำไมอยู่กันไป อยู่กันมา
กลับเป็นว่าโง่ลงได้ถึงขนาดนี้
นังเมียเรานี่ยังโชคดีที่มีผัวฉลาดๆ แบบเราอยู่ข้างๆ นะเนี่ยไม่ใช่คุย
ตอนเด็กๆ สมัยประถมผมจะได้รับคำชมจากคุณครูประจำชั้นอยู่เสมอๆ
จะได้รับรางวัลเป็นประจำในวิชา คัดไทย เขียนไทย
ผมยังมีความภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้

แม้เวลามันจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม
ผมก็ยังคงเป็นคนเก่งอยู่ อันนี้ผมรู้จากนังเมียผม
เพราะผมสังเกตุเห็นนังเมียมันจะ ตบมือดังๆ แล้วก็เอ่ยปากชม ไม่ขาดปาก
ว่าเก่งยังโน้นเก่งยังนี้ เวลาผมซักผ้า ถูบ้าน หุงข้าว ล้างชาม
ได้อย่างยอดเยี่ยมและเสร็จทันในเวลาที่นังเมียผมมันกำหนดไว้
แถมบางครั้งยังมีเวลาเหลือพอที่จะไปล้างส้วมได้เสร็จทันเวลาอีกด้วย
ทีแรกผมก็คิดได้เองอยู่แล้วว่าผมเก่งและฉลาดมาก
ความจริงนังเมียมันไม่บอก ผมก็รู้ อยู่แล้ว
ผิดกับนังเมียผมที่นับวันจะโง่ลง
ขนาดแอร์ ทีวี ที่สมัยนี้เปิดปิดง่ายๆ มันยังทำไม่เป็น
รีโมท ตั้งอยู่ข้างหน้านังเมียมันยังใช้ไม่เป็น มือซ้ายถือมันฝรั่ง
มือขวาแก้วน้ำหวาน ปากก็บอกว่า นี่เปิดทีวีให้ดูหน่อยซิ
แอร์ด้วยนะ ซัก 23 องศา แน่ะรีโมทก็อยู่ข้างหน้าใช้ไม่เป็น
มันโง่จริงๆ ผมเคยสอนให้ใช้หลายครั้ง ก็ยังทำไม่เป็น
จนผมรู้ว่ามันสมองแต่ละคนไม่เท่ากัน
จะให้มาเป็นเลิศแบบผมทุกคนคงเป็นไปไม่ได้
เอ่อ..
แต่นังเมียผมมันก็ยังพอมีความฉลาดอยู่บ้างนะ
อย่างเช่นว่า..
วันเงินเดือนผมออก นังเมียมันรู้หมดแนะแถมยังจำแม่น
บางเดือนเลื่อนออก เงินเดือนไปวันไหนวันไหน มันรู้หมดแหล่ะ
ผมยังแปลกใจโง่ๆ แบบนี้รู้ได้ไง
แต่ยังไง..นังเมียก็ไม่ฉลาดกว่าผมหรอก
มานั่งคอยจำ คอยเตือนเงินเดือน ทุกเดือนเสียเวลา
ผมเลยเอาเลขที่บัญชีของเมีย ให้บริษัทโอนเงินเข้าไปเลย
นังเมียยังชมผมไม่ขาดปากมาถึงทุกวันนี้ ฉลาดมาก ฉลาดมาก
โธ่เอ็งไม่ต้องบอกข้าก็รู้ " นังเมียหัวขี้เลื่อย "

5/1/54

เพื่อนร่วมรุ่นเสียชีวิต อีก 1 คนแล้ว‏





ถึง เพื่อน ๆ สมาชิกชมรม พ.พ.14-16
เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2554 เวลา 11.00น เพื่อนร่วมรุ่นของเรา คุณสมเกียรติ กังวาลวัฒนศิริ(ลั้ง)
ได้ถึงแก่กรรมลง ด้วยโรคมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง ที่บ้าน อ.คูมือง จ.บุรีรัมย์ ปัจจุบันตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ บ้านของตนเอง
จนถึงวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2554 กำหนดเผ่าศพในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 นี้
เพื่อนผู้ใดสนใจจะทำบุญอุทิศส่วนกูศลแจ้งความจำนงได้ที่ ผม หรือคุณอนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์ก็ได้
ซึ่งจะได้รวบรวมเงินสบทบกับเงินกองกลางของชมรมโอน ให้กับภรรยาของคุณสมเกียรติทีเดียวเลย
จึงแจ้งมาให้เพือน ๆ ได้รับทราบโดยทั่วกัน

29/12/53

เพื่อน พ.พ.

เคยเดินสวน กันไปมา นุ่งขาสั้น
รั้ววังจันทน์ ต่างพากเพียร เรียนหนังสือ
ธงม่วงขาว โปกสะบัด พัดระบือ
เพลงพิทยา ลือชาก้อง ท่องขึ้นใจ
องค์นเรศวร ทรงยิ่งใหญ่ ได้ศักดิ์ศรี
พระบารมี แผ่กว้างไกล ให้มุ่งหมาย
นาม พ.พ. เรียกชื่อย่อ โรงเรียนชาย
มีนารายณ์ ยืนเยียบโลก โลกร่มเย็น
อันตะเกียง หากขาดไส้ ก็ไร้แสง
เปลวสีแดง สว่างไสว ไม่ได้เห็น
เปรียบคนเรา นั้นขาดเพื่อน ก็เหมือนเป็น
ดั่งเฉดเช่น แสงมืดมิด ปิดหนทาง
คำว่า”เพื่อน” เป็นคำพูด เพียงสั้นสั้น
แต่เพื่อนนั้น ไม่มีวัน จะเหินห่าง
แม้จะอยู่ ห่างไกลกัน ไม่จืดจาง
ยังหาทาง มาพบเพื่อน ด้วยจริงใจ

สุรชัย พงษ์พานิช(ยุ้ย) 089-1803306
28 ธ.ค.2553

28/12/53








ถึง เพื่อน ๆ
ในวันเสาร์ที่ 25-อาทิตย์-วันเสาร์ 26 ธันวาคม มีเพื่อนๆ ของเราทำกิจกรรม ร่วมกัน
อยู่ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

มีเพื่อน ๆ ที่พิษณุโลก นำโดยคุณยงภิต มาลีรัตน์(ตั้ม) ได้ทำำพิธีบวงสรวญศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเพื่อนๆ ที่ล่วงลับไปแล้ว ได้แนบรูปถ่ายมาให้ชมว่าเป็นใครบ้าง

ส่วนอีกกลุ่มใหญ่ จากพิษณุโลก นำโดยคุณอนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์ และจากกรุงเทพฯนำโดยคุณวัชระ ภุมรินทร์
ได้ไปประชุมร่วมกันที่ รีสอร์ทของเพื่อนแม้ว ปากช่อง ประเด็นใหญ่คงเป็นเรื่อง การทำเหรียญบูชา ใครเป็นใครได้แนบรูปถ่ายมาใชมแล้วแล้วเช่นกัน
รายงานโดย
มนตรี

ปล.จากการไปประชุมกันที่รีสอร์ทแม้ว ก็ได้มีโครงการที่จะชวนเพื่อนๆ ทำบุญทอดผ้าป่าร่วมกัน
เพื่อเป็นทุนในการก่อสร้างพระพุทธรูปประจำวัด ที่วัดถ้ำสันติธรรม ใกล้ ๆ กับรีสอร์ทแม้ว
ในวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2554 อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่ผมจะได้ประชมสัมพันธ์ และเชิญชวน
รวมทั้งวางแผนในการที่เพื่อนๆ จะได้ทำกิจกรรมทำบุญร่วมกัน เผื่อว่าเกิดชาติหน้าฉันใด จะได้เป็นเพื่อนร่วมรุ่น
กันทุกชาติไป( ฮิ ฮิ ฮิ)

24/12/53

บิดาของคุณเดชา รัตนามตกุลถึงแก่กรรม‏

ถึง เพื่อนๆ ชมรมศิษย์เก่า พ.พ.14-16

ด้วยบิดาของคุณเดชา รัตนามตกุล เสียชีวิต เมื่อวันพฤหัสที่ 23 ธันวาคม 2553 ปัจจุบันตั้งศพบำเพ็ญกุศล
ที่วัดวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก กำหนดเผาศพ ในวันพฤหัสที่ 30 ธันวาคม 2553 สำหรับการนัดเป็นเจ้าภาพ
จะนัดอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากต้องรอเพื่อน ๆ บางส่วนกลับจากปากช่องก่อน คาดว่าน่าจะเป็นวันจันทร์ หรืออังคารนี้
จึงแจ้งให้เพื่อนๆ ทราบโดยทั่วกัน เผื่อเพื่อนบ้างคนจะไปฟังสวดเป็นการส่วนตัว

22/12/53

บิดาของคุณพีระพงษ์ ฉันทโชติ(จอบ) ถึงแก่กรรม

ถึง เพื่อนๆ
ด้วยบิดาของคุณพีระพงษ์ ฉันทโชติ(จอบ) ถึงแก่กรรมเมื่อ เวลา 02.00 น.ของวันที่ 22 ธ.ค.53
ปัจจุบันตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ วัดหัวดง อ.เมือง จ.พิจิตร ชมรมศิษย์เก่า พ.พ.14-16 กำหนดเป็นเจ้าภาพ
สวดอภิธรรมศพ ในคืนวันพฤหัสที่ 23 ธันวาคม 53 กำหนดออกเดินทาง ไปร่วมงานศพ ในเวลา 17.00 น. ที่บ้านคุณอนันต์
สิทธิรุ่งโรจน์ ขอเชิญเพื่อนๆ ไปเป็นเจ้าภาพโดยพร้อมเพรียงกัน และในวันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม
จะมีพีธีมอบศพให้กับทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ตามความประสงค์ของผู้วายชยม์ต่อไป

บทแผ่เมตตา (ใช้บทนี้ดีมากๆ)‏

ตั้งนะโม 3จบ กล่าว
"จงเป็นศุกร์ เป็นศุกร์เถอะ อย่าได้เป็นจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสเลย
จงเป็นศุกร์ เป็นศุกร์ เถอะ อย่าให้มีจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสอีกเลย
จงเป็นศุกร์ เป็นศุกร์ เถอะ อย่าให้มีจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสอีกเลย
ข้าแด่นายจ้างผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอลากิจ ลาป่วย อีกทั้งการลา
ทั้งหลายในวันนี้ ขอให้มีผลบังคับใช้ ในวันเวลาทำงานของข้าพเจ้า
ขอนายจ้างอย่าโทษโกรธเคือง ในตัวข้าพเจ้าและเพื่อนพ้องพนักงาน
ที่ขาดหายไปเลย ขอนายจ้างอย่าตัดคะแนน ขอนายจ้างอย่าตัดค่าแรง
เมื่อข้าพเจ้าหายง่วง หายเมาแล้ว ข้าพเจ้าพร้อมเพื่อนพนักงานอีกทั้ง
โฟร์แมนและผู้จัดการในบางส่วน จะกลับมาทำงานตามปกติ เพื่อมาฟัง
ข่าวประกาศโบนัส 20 เดือน หากแม้นคำอธิษฐานของข้าพเจ้าเป็นจริง
สัมฤทธิ์ผล ข้าพเจ้าจะก้มหน้าก้มตา ทำงานรับใช้ นายจ้างและองค์กร
ต่อไปตราบจนชั่วฟ้าดินสลาย สาธุ สาธุ สาธุ"

21/12/53

รายงานการประชุมโดย...ว่าที่ ร.ต.อุดร ชมกุล‏

เมื่อ ๑๙ ธ.ค.๕๓ เวลา ๑๙๐๐ ชมรม พ.พ.๑๔,๑๖ จัดให้มีการประชุมสรุปผลรายได้จากการจัดงานราตรีสองแคว เมื่อ ๒๐ พ.ย.๕๓ ที่ผ่านมา ณ ร.ร.กวดวิชาสุดประเสริฐ ถนนทิพย์เสนา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมดังนี้ คุณอนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์ พร้อมภรรยา ,พ.อ.เชาว์ เกตุดี พร้อมภรรยา ,คุณประสพ มั่นแก้ว พร้อมภรรยา, คุณคำแสน กิจสมบูรณ์ , อจ.สุวัฒน์ ศรีทอง , รอง ผอ.ธงชัย เพ็ชรรักษ์ , คุณพีระพล เจริญทิม , คุณยงภิต มาลีรัตน์ ,คุณนพดล จันทร์จำเนียร, คุณชัยรักษ์(อู๋) , ผศ.สุชาติ สุดประเสริฐพร้อมภรรยา และว่าที่ ร.ต.อุดร ชมกุล (เมื่อเอออรี่ รีไทร์ อิอิ) ผู้รายงาน อ้อเกือบลืมมีเพื่อนมาร่วมประชุมอีกคนชื่อคุณบรรจงฯ (นามสกุลจำไม่ได้) บอกว่าคุณวัลลภ ศรีแสงฉายให้มาร่วม ประชุมด้วย ปัจจุบันบอกว่าประกอบอาชีพส่วนตัวอยู่ที่หมอชิต ๒ กทม.

วาระการประชุมที่ ๑ สืบเนื่องจากการประชุมหลังการจัดงานฯ ยังมีความคลาดเคลื่อนในเรื่อง

รายได้ที่ยังไม่ลงตัวจึงมีการจัดประชุมเร่งด่วนขึ้นเพื่อมาช่วยระดมสมองกันอีกครั้ง สุดท้ายสรุปรายได้สุทธิประมาณ ๘ หมื่นกว่าบาท (ตัวเลขที่แน่นอนอยู่ที่ อจ.ยุพินครับ)

วาระการประชุมที่ ๒ ตามที่มีโครงการจัดทำเหรียญจัดตั้งกองทุนเพื่อการกุศลนั้น และจะจัดให้มีการประชุมสัญจรที่รีสอร์ตของคุณวุฒิศักดิ์ฯ (แม้ว) ในวันที่ ๒๕ ธ.ค.๕๓ (ตรงกับวันคริสมาส) เพื่อนำข้อมูลของทางพิษณุโลก และ กทม.มาหาข้อสรุปเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป สำหรับตัวแทนของพิษณุโลกที่จะเดินทางไปประชุมขั้นต้นก็มี คุณอนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์ พร้อมภรรยา ,พ.อ.เชาว์ เกตุดี พร้อมภรรยา และคุรพีระพล เจริญทิมพร้อมภรรยา โดยรถตู้ของ อจ.สุรินทร์ ศรเพชร และทางชมรมมีมติสนับสนุนเงินจำนวน ๓,๐๐๐ บาท ในการเดินทางไปประชุมครั้งนี้ หากมีเพื่อนๆที่เปลี่ยนใจจะไปร่วมด้วยก็ส่งชื่อให้รองเม้งนะคร้าบ สำหรับผมติดทอดผ้าป่าที่กำแพงเพชร เพราะเป็นกรรมการกับเขาด้วย

แก้ข่าว...ที่ทำงานของ ผอ.สมิต จางพานิชย์‏







สืบเนื่องจากสารสัมพันธ์ ที่ผมจัดทำและส่งให้เพื่อนๆ ชมรมนั้น ขอแก้ไขข้อมูลของ ผอ.สมิต จางพานิช์
ที่ถูกต้องคือ ปัจจุบันเพื่อนของเรา ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการภาค 7 ธนาคารออมสิน
ซึ่งดูแลใน 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง คือ พิษณุโลก , สุโขทัย , ตาก , กำแพงเพชร และ อุตรดิตถ์
สำนักงานภาค 7 ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ไม่ใช่ จ.ลำปางตามที่ผมพิมพ์ไป จึงขอโทษเพื่อนสมิตมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ
และเพื่อนสมิต ก็ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมของชมรมเสมอมา โดยเฉพาะสังสรรค์ประจำปีแทบว่าจะไม่ค่อยขาดเลย
มาเป็นประจำ ครั้งสุดท้ายที่จัดงานเพื่อนมา ตั้งแต่เริ่มบวงสรวญ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และได้ไปทำบุญ
อุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนที่ล่วงรับไปแล้วด้วย ผมได้แนบรูปถายของสมิต ให้เพื่อน ๆ ด้วยแล้ว
จาก
มนตรี

15/12/53

สารสัมพันธ์เพิ่มเติม.....ส่วนของสังคมซุบซิบ‏

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับ พ.ต.อ.พิษณุ รักการศิลป์ที่สูญเสียคุณพ่อเมื่อ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมาด้วยวัย 94 ปี ถือว่าคุณพ่อสมชาย อายุยืนมีบุญและจากไปอย่างสงบ.........ต่อมาเป็น ผอ.ทรงพรต ภู่กร ซึ่งเสียพี่สาวคนโตด้วยวัน 64 ปี เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.....คนกรุงเทพก็มีเหมือนกัน คุณผุสดี หิรัญไพบูลย์รายนี้เสียทรัพย์สิน มีมือดีแอบมาเอาโน๊ตบุ๊ค และมือถือของบุตรชาย ไปรวมมูลค่าประมาณ แสนก่าบาท เสียใจด้วยจริงๆ นะครับ ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ก็แล้วกัน .....เห็นแต่รายชื่อเพื่อน ๆ ที่วัชระ ภุมรินทร์ขายบัตรงานราตรี แต่ไม่สามารถมาได้ ก็หลายท่าน เช่น พ.อ.นพชัย สนองคุณ,พล.ต.เด่นดวง ทิมวัฒนา,พ.อ.สุรชัย สบประสงค์ นี้สายทหารทั้ง 3 ท่าน ,คุณพิสิฐ เพ็ญจันทร์ สรรพกากร เห็นว่าทำธุรกิจมากมาย เดินทางไม่หยุดหย่อน.....ระวังหัวใจจะวายรับเงินมากนะเพื่อน.....คุณวุฒิศักดิ์ วาณิชย์กุล (แม้ว) คนนี้มาเอง มาตั้งแต่ก่อนงานถือว่าใช้ได้ และอยู่จนเลิก และเห็นว่าในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เพื่อนจาก กทม. และเพื่อนจากพิษณุโลก จะไปประชุมกันที dragon hill ปากช่อง แม้วเพื่อนของเราดูแลเพื่อนอย่างดีทุกครั้ง เพื่อนถึงติดใจไปบ่อยๆ ไงหละครับ.........คนที่โชคดีได้ของขวัญจากการจับฉลากเยอะกว่าใครต้องคุณกิตติศักดิ์ โพธิ์ศรี(เช้า) ได้ทั้งทีวี และจักรยาน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสถิติจังหวัดพิษณุโลก......คุณสถิตย์ ภู่เจริญ ก็เพิ่งสูญเสียมารดาไปเมื่อ 9 ธ.ค.53 ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ อ.ศรีสำโรง คุณคำแสน กิจสมบูรณ์ ได้ประสานให้เพื่อน ๆ เต็มที่ทั้งเป็นเจ้าภาพและพวงหรีด เสียใจด้วยนะครับ......ประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนหน่อย คุณน้อยหน่า..หรือชื่อจริงเพ็ญประภา สังข์เมือง มีธุรกิจรถบัส 2 ชั้นให้เช่าและรถตู้ให้เช่า เพื่อน ๆ คนไหนสนใจโทรได้เลยนะครับ 089-7032636 หลังจากที่ชมรมได้ขับรถยนต์ไปเที่ยวที่ สวนป่าแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ก็ได้ ผอ.อวยพร นิลกำแหง ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ประทับใจจริงๆ และขอบคุณอีกครั้งมา ณ ที่นี้นะครับ และในครั้งนั้นรถยนต์ขับไปเป็นขบวนไม่น้อยกว่า 14 คัน แต่ต่อไปอาจะใช้บริการรถบัส 2 ชั้น ของเพื่อนก็ได้นะครับ...........เดี๋ยวนี้เพื่อน ๆชมรมมีอีเมล์ติดต่อถึงกันไม่น้อยกว่า 105 คนแล้ว เพื่อนคนไหนสนใจไม่รู้จะสมัครอย่างไร โทรบอกผมได้นะครับ..แต่เพื่อนที่แซงคิวทุกคนตอนนี้ คุณ จักรพงษ์ วีระมาชา(ดุลย์) เจ้าของ teena2007 คนนี้ตัวจริงเสียจริงส่งเมล์สม่ำเสมอ ตอนเช้าๆ เปิดมาเมล์ของเพื่อนคลาดเครียดได้นะครับ คนไหนสนใจผมจะส่งต่อให้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ แต่ดูได้คนเดียวนะ ห้ามลูกเปิดดูเด็ดขาดนะ.....รอคำสั่งใกล้เป็นนายอำเภอแล้ว ปลัดเกรียงศักดิ์ โชควรพัฒน์ ช่วงนี้ก็เลี้ยงหลานที่บ้านไปก่อนนะเพื่อน.และเพื่อนที่มาเยี่ยมเยียนการประชุมเป็นระยะ ๆก็ได้แก่ คุณมังกร จีนด้วง,คุณธีระ อินศรีชื่น,คุณพีระพงษ์ ฉันทะโชติ,คุณธีระศักดิ์ เอื้ออริยะกุล,คุณวัลลพ ศรีแสงฉาย,คุณพีระพล เจริญทิม มือกีตาร์ประจำรุ่น,พ.อ.อ.อดุลย์เลิศ สนศิริ,คุณสมพงษ์ พัดจาด....แซวเพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัดบ้าง....เริ่มที่คุณชูชัย เทพวีระ คุณพ่อเสียงดังฟังชัด เลี้ยงลูกเก่ง ลูกสาว 2 คนเรียนหมอ ลูกชายเรียนวิศวะ เก่งมากเลยเพื่อน....สำหรับคุณสมิต จางพาณิชย์ เพื่อนคนนี้ย้ายอีกแล้วครับ แต่ใหญ่ขึ้นเป็นผู้อำนวยการภาค ธ.ออมสินสาขาภาคเหนือ ปัจจุบันอยู่ จ.ลำปาง.....ส่วนปลัดสัมฤทธิ์ อิ่มอกช่วงนี้อยู่กับภรรยา 2 คน ลูกสาวคนสวยคนเดียว ไปอยู่ USA ข่าวว่าได้ทุนแลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างประเทศถึงว่า ชวนไปเที่ยวไหนเพื่อนไปตลอด.....เรื่องอีเมล์ต้องคุณพงษ์พันธ์ วังซ้าย เพื่อนๆ ที่มีอีเมล์ไม่เคยเหงาเพื่อนคนนี้ติดต่อตลอดเวลาครับ มีเมล์ดีๆ มาเยอะ ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้.....ส่วนคุณสันติวาส แสนคำ อาจารย์เทคนิคพิจิตร ขานี้ก็ไม่เบา ชมรมไปเที่ยวไหนเพื่อนคนนี้เที่ยวพร้อมภรรยาโดยตลอด รักกันจริงดี นี้ก็แว่วๆ มาว่ามีวันหยุดยาวเดือนกุมภาพันธ์ ขอให้ชมรมจัดเที่ยวหน่อย....สำหรับเสี่ยชวลิต โกมลไพศาล เสียงดังฟังชัด ก็กำลังเล่นกอล์ฟอย่างขะมักเขม้น สงสัยจะเทรินโปรตอนแก่หรือเปล่าเพื่อน...วันก่อนเจอคุณวุฒิรัตน์ มีผดุง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอัยการเขต จ.พิษณุโลก พร้อมบุตรชาย เหมือนคุณพ่อมากเลยสูงหล่อเชียว แต่อนาคตคงสูงกว่าคุณพ่อแน่เพราะเพิ่งเรียน ม.6 สูงเท่าพ่อแล้ว..และสำหรับรุ่นเราเรื่องการออกกำลังกายคงไม่มีใครหนี คุณสุเทพ อภิชนบุตร กับคุณอรรถพร ภานุไพศาล เพื่อน 2 คนนี้วิ่งเก่งจริงๆ วิ่งมาราธอน 42 กิโลเมตรได้อย่างสบาย พวกเราวิ่ง 200 เมตรก็จะตายอยู่แล้ว และคุณเชนทร์ ประชาเกษมเมื่อก่อนเห็นวิ่ง ตั้งแต่ทำธุรกิจปั้มแก๊สไม่มีเวลาวิ่งเพราะมัวแต่นับเงิน...ส่วน พ.ต.อ.อดิศร อินสด ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อ ปริญญาโทที่นิด้าอย่างเคร่งเครียด ข่าวว่าสิงหาคม 54 ก็จะเป็นมหาบัณฑิตแล้ว..และเพื่อนคนสุดท้ายที่จะแซวคงหนีไม่พ้น สจ.เศรษฐา กิตติจารุรักษ์ เพราะงานหลวงไม่ขาดงานราษฎร์ไม่เว้น พวกเราพบทุกงาน และสนับสนุนกิจกรรมของชมรมอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด ขอให้เพื่อนได้รับเลือกตั้งเข้ามาตลอดนะครับ
..สารสัมพันธ์พอแค่นี้ก่อนนะครับสำหรับเพื่อนที่ไม่มีรายชื่อก็อย่าน้อยใจนะครับ เรารักกันทุกๆ คนและสามัคคีกันดีมากครับจนเป็นที่กล่าวขานของกลุ่มอื่นๆ มากมาย รวมทั้งอาจารย์ของเราด้วยก็ชื่นชม............สุดท้ายนี้เพื่อนๆ คนไหนมีข่าวสาร หรือแนะนำติชมอะไรขอให้ส่งอีเมล์มาได้ที่ montri_sri1@hotmail.com นะครับ เพื่อจะได้ส่งสารกันต่อไป สำหรับเวปไซด์ของชมรม http://pp14-16.blogspot.com/ ก็จะปรับปรุงเป็นระยะ ๆ อัพเดทข้อมูลไปเรื่อยๆ นะครับ อย่างน้อย ก็ให้เพื่อนที่ไม่มีอีเมล์ได้รับทราบข้อมูลของชมรมได้..............ขอบคุณมากครับ

14/12/53

ข่าวสารสัมพันธ์ ชมรมศิษย์เก่า พ.พ.14-16( ประจำเดือน ธันวาคม 53)

· กิจกรรมงานราตรีสองแคว เมื่อ 20 พ.ย.53

· การจัดงานสังสรรค์เพื่อนร่วมรุ่นประจำปี

· โครงการจัดทำเหรียญจัดตั้งกองทุน

· สังคมซุบซิบถึงเพื่อน ๆ

กิจกรรมงานราตรีสองแควเมื่อ 20 พ.ย.53

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ อ.สุชาติ และอ.ยุพิน สุดประเสริฐ ที่ให้บ้านเป็นสถานที่ประชุมเตรียมงาน ก่อนงานเป็นอย่างดีทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มทุกชนิด ไม่มีบ่น ไม่ขาดตกบกพร่อง พวกเราก็ไปใช้สถานที่ตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 53 และก็ยังใช้เลยมาจนถึงปัจจุบันนี้...................ขอขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ/.......โครงการนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะคุณยงพิต มาลีรัตน์ เสนอขอจัดและขอเป็นประธานการจัดงานเอง เสนอมาเมื่อครั้งพวกเราไปประชุมกันที่บ้านคุณประสพ มั่นแก้ว เมื่อ 11 กันยายน ทุกคนก็ถกถียงเสนอความเห็นกันมากมาย เพราะเงินในการบริหารชมรมเหลือน้อยมาก สุดท้ายก็จัด และกำหนดวันงานในครั้งนั้นเลย ก็ถือว่าคุณยงพิตตั้ม)เค้าแน่จริง ๆ ครับ มั่นใจเกิน 100 และผลของงานก็ประสบความสำเร็จด้วยดีได้รับความร่วมมื่อจากทุก ๆ ฝ่าย ได้เงินเข้ามาบริหาร 60,000 กว่าบาท สุดยอดครับผม/.....................................คนต่อไปที่ชมรมขอซาบซึ่งน้ำใจอีก 1 ท่าน แต่เพื่อนคนอื่นๆ ก็อย่าเพิ่งน้อยใจนะครับ...........คุณณชพัฒน์ เทียนไพโรจน์ ชื่อเดิมกิจจา ช่วยอนุเคราะห์ซื้อเหล้า red rebel จำนวน 20 หลัง และขนมาให้เรียบร้อยจากมุกดาหารในราคาทุน โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ชมรมประหยัดเงินไปได้ไม่น้อยกว่า 50,000.-บาท ถือว่ารักรุ่นจริงๆ ครับ/................เพื่อนคนต่อไปที่ชมรมใช่บริการสม่ำเสมอไม่เคยขาดคือ ผู้ส่งสารครับ คุณนภดล จันทร์จำเนียร (เล็ก) ของพวกเรา ชื่อว่าเล็กแต่ใจใหญ่ครับ โทรแจ้งให้เพื่อน ๆทราบทุกครั้งไม่ว่าจะมีกิจกรรมอะไร ทั้งงานประชุม งานศพ งานรื่นเริงอื่นๆ ได้เล็กนี้หละครับ โทรแจ้งตลอด เพื่อนทำงานถูกที่ถูกเวลาครับ และชมรมก็ยังคงใช้บริการต่อไปนะครับอย่างเพิ่งเกษียณ หรือย้ายหละ/........คณะกรรมการจัดงานราตรีสองแควขอขอบคุณ คุณประสพ มั่นแก้ว และคุณสุวัฒน์ ศรีทอง(ปุ๊) ที่สำรองจ่ายให้ชมรมก่อน จำนวนเงินรวม 84,000.-บาท เพื่อโอนไปซื้อเหล้ากับคุณณชพัฒน์ ไว้ล่วงหน้าและไม่คิดดอกเบี้ยใดๆทั้งสิ้น..อันนี้ล่อเล่นนะ/.............ตอนนี้ชมรมได้ช่างภาพประจำกิจกรรมเพิ่มอีก 1 คนแล้วครับ คุณสุรินทร์ สอนเพชร หรือนิคเนมในอีเมล์ว่า ชินชา เพื่อนถ่ายได้เก่งมาก และถ่ายลูกเดียวครับ เวลาส่งภาพเพื่อทำกิจกรรมลงอีเมล์ ดูแล้วจะเป็นลม ไม่น้อยกว่า 500-800 ภาพครับ แต่ในวันงานราตรีก็ได้มือกล้องคนนี้หละครับบันทึกภาพทั้งก่อนจนเลิกหละครับ/........และเพื่อน ๆหลาย ๆคนก็ช่วยกันตั้งแต่เตรียมงาน จนเสร็จสิ้น ขอเอ่ยนามนะครับ ถ้าตกหล่นใครไปบ้างอย่าเพิ่งโทษกันนะครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้ไปครบทุกครั้ง..............คุณคำแสน กิจสมบูรณ์ บันทึกการประชุมตลอด..คุณฉัตรณรงค์ และคุณสินอำพร สุวรรณศรี.....แม่งานบนเวทีและแจกรางวัล......คุณพร้อมทรัพย์ เมฆมงคล จดกระดานดำ(ไวท์บอร์ด)การประชุม............คุณธงชัย เพชรรักษ์ คนนี้ประชุมสม่ำเสมอ ไม่เคยขายต่อให้ฝนตก ฟ้าร้องอย่างไงกูก็ต้องมาประชุมให้ได้ .........คุณอุดร ชมกุล(แหบเสน่ห์) ก็ไม่เคยขาดเช่นกัน แต่แรก พาเมียมาด้วย แต่พักหลัง ๆ เอาเมียมาก่อน และตนเองมาประชุมคนเดียว(ล้อเล่นนะตัวเอง),,,,,,คุณอนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์(เม้ง) และคุณผู้ใหญ่ตุ่ม ก็มาประชุมค่อนข้างสม่ำเสมอ 99.99 % และสัญลักษณ์ต้องมาคู่นะครับ...ดำรงตำแหน่งรองประธานชมรม เป็นคนดำเนินกิจกรรมของรุ่นทุกเรื่อง(อาจจะเรียกว่ารันงาน)แทนประธานของเราคุณบุญส่ง เตชะมณีสถิต..............คุณสกล เปล่งเกียรติสกุล และคุณชาตรี สุขแสง(ต๊อก) เพื่อนทั้งสองคนผู้เขียนโฟมบนเวที) หัวศิลป์ทั้งคุ่ครับ.......จ.ส.อ.เผ่าพงษ์ หุนตระกูล(ตี๋)งานกิจกรรมต่างๆ จะขาดไม่ได้เลยครับ....เป็นคนรันงานจริง ๆ คือวิ่งซื้อของครับ ทั้งโซดา น้ำแข็ง กับแกล้มต้องบอกตี๋ครับเพราะเพื่อนรันจริง ๆ(running) ถ้าเผอิญมีการร้องเพลงโรงเรียนชาย ต้องคนนี้ครับโบกธง...ประชุมครั้งสุดท้ายเห็นถามหาธงประจำรุ่นว่าอยู่ที่ใคร...เพราะถ้าว่างจะมาโบกที่หน้าบ้านเล่น ๆ ...คุณจรัญ วงศ์กังแห...สนักสนุนเครื่องดื่มมา 1 ลัง ตอนเตรียมงานประชุมเป็นระยะๆ หลังจาก เล่นของสุชาติไปแล้ว 1 ลัง.......คุณประจวบ ภาหวาย พิธีกรประจำเวที....คุณประกอบ คงเปี่ยม สนับสนุนเครื่องไฟในวันงาน.....เพื่อนที่ช่วยทำโฟมอีกคนคุณธวัชชัย เสริมสุขครับ...ก่อนงานช่วยทำเต็มที่.....คุณโสรัส วันทนีย์ออกความคิดเห็นในการดำเนินงานอย่างดีครับ......พ.อ.เชาว์ เกตุดี ปับจุบันเออร์รีรีไทร์รับบำเนาญ ก็ช่วยให้ทหารที่มาช่วยพาแขกเดินตามโต๊ะก็เข้มแข็งดีครับ.......คุณสุรศักดิ์ เหล่าสถิรวงศ์(ยุ่น)ก็ช่วยในการจำหน่ายเครื่องดื่มต่างๆ ให้แขกในงานด้วยความขยันขันแข็งดี...........สุดท้ายเพื่อน ๆ ทุกคนช่วยกันจำหน่ายบัตรกันเต็มที่ เพื่อนจากกรุงเทพ..ก็ได้คุณวัชระ ภุมรินทร์เป็นเพื่อนที่ประสานงานการขายบัตร เพื่อนบ้างคนทราบข่าวจากสารสัมพันธ์ก็โอนเงินมาซื้อเช่น พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช....และเพื่อนๆ อื่น ๆอีกมากมายทีผมไม่ได้เอ่ยนามก็ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้นะครับ.....สำหรับบัญชี กำไร-ขาดทุน ก็ได้ความอนุเคราะห์ จากคุณสินอำพร สุวรรณศรี ภรรยาคุณฉัตรณรงค์ สุวรรณศรีช่วยตรวจทาน และจัดทำร่วมกับคุณยุพิน สุดประเสริฐ ภรรยาคุณสุชาติ สุดประเสริฐ เป็นหัวแรงใหญ่ในการจัดทำร่วมกับคณะกรรมการท่านอื่นๆ ดูแลตรวจสอบให้ชักเจนเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้ชี้แจ้งเป็นเอกสารส่งให้เพื่อน,แจ้งทางอีเมล์ และลงในเวปไซด์ของชมรมต่อไป .........งานราตรีสองแควครั้งนี้ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

การจัดงานสังสรรค์เพื่อนร่วมรุ่นประจำปี

จากการประชุมเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.53 ในที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องการจัดงานสังสรรค์ประจำปี ว่าควรจะมีหรือไม่ ถ้าจะมีควรมีเมื่อไหร่ และเหตุผลต่าง ๆที่จะสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้พอจะสรุปได้ดังนี้

· เพื่อนที่มีความเห็นว่ายังไม่ควรจัดงานในช่วงนี้ ก็เนื่องจาก

-เพิ่งจัดงานราตรีสองแควกันมา เพิ่งเจอกันบางส่วน และไม่อยากรบกวนเวลาเพื่อนบ่อย ๆ

-จากประสบการณ์ของอดีตประธานสุชาติ เมื่อครั้งที่จัดงานกุศล และหลังจากนั้นไม่นานได้มีการจัดงานสังสรรค์กัน เพื่อน ๆ มางานน้อยมากประมาณ 20 กว่าคนเท่านั้นเอง

-เวลากะทันหันเกินไป และในปีนี้ประธานยังไม่ครบวาระที่จะต้องเลือกใหม่ เพราะประธานชมรมวาระครั้งละ 2 ปี เพิ่งดำรงตำแหน่งไปปีเดียว

-โดยสรุปเสียงส่วนใหญ่เห็นพร้องต้องกันว่าในปีนี้จะไม่จัดงานสังสรรค์ประจำปี

· หลังจากสรุปว่าไม่จัดงานแล้ว ที่ประชุมได้เสนอกันว่าและจะจัดงานสังสรรค์กันเมื่อไหร่ดี หลังจากได้เสนอความเห็นกันแล้ว ได้สรุปว่า จะจัดงานสังสรรค์กันในเดือนเมษายน 2554 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พวกเราจัดกันอยู่แล้ว และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเพื่อนๆ ผุ้วายชนม์ รวมทั้งสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วย โดยกำหนดล่วงหน้าไว้เลย คือวันพุธที่ 13 เมษายน 2554 สำหรับสถานที่จะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่กำหนดไว้เพื่อให้เพื่อน ๆชมรมได้จัดโปรแกรมไว้ล่วงหน้านะครับ

โครงการจัดทำเหรียญจัดตั้งกองทุน

ผมขอรวบรวมข้อมูลนำเสนอเบื้องต้นให้เพื่อน ๆทราบก่อนนะครับ เพราะข้อมูลบางส่วนผมก็ฟังมาจากเพื่อน ๆต่อกันมาอีกทีหนึ่ง และข้อมูลบางส่วนผมร่วมอยู่ด้วย ผิดพลาดประการใด อย่าโกรธกันนะครับ

· เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม เพื่อน ๆ ที่กรุงเทพได้สังสรรค์กัน และเพื่อนที่มีตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบสูง และก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ และก้าวหน้าทางธุรกิจ ก็ได้เสนอกันที่จะจัดทำเหรียญ หาเงินเพื่อจัดตั้งกองทุนการกุศล และ/หรือมอบให้โรงเรียนชายเป็นทุนต่อไป ซึ่งก็มี รองอธิบดีบุญส่ง เตชะมณีสถิต,พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช,,คุณยุทธนา จารีวิษฐ์,คุณสุพจน์ โกวิทยานนท์(ตี้) เป็นต้น

ซึ่งต่อมาคุณยุทธนา ฝากให้ผมถ่ายรูปสัญลักษณ์โรงเรียนของเรา เป็นรูปพระนารายณ์เหยียบลูกโลก ซึ่งผมก็ได้ทำให้ไปเรียบร้อยแล้ว

· เมื่อวันงานราตรีสองแคว 20 พ.ย.ที่ผ่านมาท่านรองฯบุญส่ง ได้คุยกับเพื่อน ๆ หลังใกล้จะเลิกงานขอให้เพื่อน มีหัวแถวที่พิษณุโลก เพื่อจะได้เริ่มนับ 1 2 3 ดำเนินงานต่อไปถ้าไม่มีหัวแถวงานก็จะเกี่ยงกันไปมาได้ และไม่คืบหน้า ในคืนวันนั้น ก็ได้มอบหมายให้คุณอนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์ เป็นหัวหน้างาน และมีปลัดธงชัย ทุ่งโพธิ์แดงเป็นเลขาฯ คอยช่วยดำเนินงานประสานงานกับสถานที่ การจัดสร้างวัตถุมงคล พิธีปลุกเสก และอื่น ๆอีกสารพัด

· เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. คุณนภดล จันทร์จำเนียร ได้โทรนัดเพื่อน ๆล่วงหน้าแล้วว่าขอให้ไปพบ กับอาจารย์ไพรรินทร์ ที่วัดใหญ ซึ่งท่านอาจารย์เป็นเจ้าพิธีเรื่องการปลุกเสกวัตถุมงคลที่วัดใหญ่มาหลายสิบปี มีประสบการณ์สูงมาก ท่านทำมาหลายร้อยโครงการ ทั้งโครงการ 2-3 ล้านบาท จนถึง 100 ล้านบาท มีทั้งประสบความสำเร็จเกินคาด และบางโครงการล้มเหลว ในวันนั้นมีผู้เข้าร่วมปรึกษาหารือกับท่านอาจารย์ไพรรินทร์ มี อ.ชลอ,คุณอนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์,คุณนภดล จันทร์จำเนียร,คุณธงชัย ทุ่งโพธิ์แดง,คุณสมนึก อารีพงษ์ กับภรรยา และผม(มนตรี ศรีภิรมย์) ได้ขอสรุปเป็นประเด็น ๆดังนี้

1. อันดับแรกต้องมีทุน ถ้าไม่มีทุนการดำเนินงานยาก จำนวนเงินทุน แล้วแต่เป้าของกลุ่มที่ตั้งเป้าว่าต้องการเงิน เท่าไหร่ ถ้าต้องการเงินสัก 1-2 ล้านบาท ทุนต้องมีไม่น้อยกว่า 500,000-600,000 บาท แยกเป็น ช่วงเททอง 300,000 บาท และจากนั้นช่วงทำพิธีปลุกเสก และดำเนินการต่างๆ อีก 300,000 บาท

2. พระที่ทำควรต้องเป็นสากล จำหน่ายง่าย ถ้าทำเหรียญอย่างเดียวไม่คุ้มทุน ได้เงินน้อย วัตถุมงคลที่ทำเงิน และเป็นหน้าตาต้องทำพระกริ่ง เป็นพระเศรษฐี เราอาจจะสลักรูปพระนารายณ์เหยียบโลกไว้ใต้ฐานพระก็ได้ พระกริ่งจะเป็นพระที่สามารถทำเงินให้กับการจัดทำ แต่ถ้าทำเหรียญอย่างเดียวจะได้น้อยมาก ๆ

3. ท่านอาจารย์มีความเห็นว่าถ้าทำเหรียญรูปพระนารายณ์เหยียบโลกไม่เป็นสากล จำหน่ายไม่ได้ ถ้าได้ก้ได้น้อยมาก อยู่ในหมู่ของกลุ่มเล็ก ๆเช่นศิษย์เก่า รร.ชายเท่านั้น และตลาดพระเครื่องไม่ค่อยยอมรับ หาช่องทางการจัดจำหน่ายยากมาก

4. การทำวัตถุมงคล พิธีกรรมต้องเยี่ยม นิมนต์เกจิจากทั่วประเทศขั้นตอนตรงนี้ต้องใช้เงินไม่น้อยกวา 2-3 แสนแน่นอน ต้องนิมนต์เกจิอาจารย์ ไม่น้อยกว่า 16 รูป ช่องทางการจัดหน่าย และสั่งจอง ต้องผ่านที่ศูนย์พระเครื่องในกทม. , ทางอินเตอร์เน็ต , และคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น บัญชีต้องโปร่งใส มีผู้รับผิดชอบชัดเจน

5. หลังจากเททอง ปลุกเสกแล้ว ถ่ายรูปลงโปว์ชัวร์ และอีก 3 เดือนเป็นอย่างน้อยในการรับสั่งจอง การทำพิธีกรรม การจัดจำหน่าย และการส่งมอบ ช่วงการสั่งจองนี้ชมรมก็อาจจะมีเงินเริ่มเข้ามาบ้างจากการสั่งจอง

6. เมื่อชมรมได้ทุนแล้ว หลังปีใหม่ก็ให้ท่านรองอธิปดีฯมาคุยกับหลวงพ่อวัดใหญ่ในการขออนุญาตสถานที่ แต่ในการคุยนั้น เราต้องออกตัวว่า ชมรมมีความประสงค์อยากจะช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา อยากจัดตั้งกองทุนเป็นทุนการศึกษาต่อไป จึงได้ขออนุญาตปรึกษาหารือว่าควรทำอย่างไรดี ขออนุญาตสถานทีวัดใหญ่ในการจัดทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล เป็นต้น

7. ชมรมควรมีพระกริ่งเป็นพระชูโรง เนื่นพระ ก็แล้วแต่ความประสงค์ มีทั้ง นวโลหะ(หรือที่เรียกว่านวโรงงาน) ซึ่งจะเป็นเนื้อตลาล ต้นทุนอยู่ที่ 100 กว่า ๆ ถ้าตัดเงินจะเป็นประมาณ 150 บาท ถ้าเป็นเนื้อกษัตริย์ ประมาณ 300-400 บาท เป็นต้น ชมรมต้องไปปรึกษาหารือกันดู

8. จากการปรึกษากับท่านอาจารย์ ถ้าได้ทุนแล้ว ขออนุญาตสถานที่ได้แล้ว ช่วงเวลาในการทำพิธีคาดว่าน่าจะ พ.ค.-มิ.ย.54

โดยสรุป ประเด็นต่างๆ ที่นำเสนอนี้ เพื่อเป็นข้อมูลให้เพื่อน ๆที่เกี่ยวข้อง ประกอบในการตัดสินใจที่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป อาจจะตัดพิธีการบางอย่างเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย,การปรึกษาว่าจะทำวัตถุมลคลแบบไหน อย่างไร? จำนวนเท่าไหร่? และการตั้งราคา ?รวมทั้งรูปแบบการระดมทุนเพื่อในการดำเนินงานต่อไป เป้นต้น

สังคมซุบถึงเพื่อน ๆ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับ พ.ต.อ.พิษณุ รักกรศิลป์ที่สูญเสียคุณพ่อเมื่อ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมาด้วยวัย 94 ปี ถือว่าคุณพ่อสมชาย อายุยืนมีบุญและจากไปอย่างสงบ.........ต่อมาเป็น ผอ.ทรงพรต ภู่กร ซึ่งเสียพี่สาวคนโตด้วยวัน 64 ปี เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.....คนกรุงเทพก็มีเหมือนกัน คุณผุสดี หิรัญไพบูลย์รายนี้เสียทรัพย์สิน มีมือดีแอบมาเอาโน๊ตบุ๊ค และมือถือของบุตรชาย ไปรวมมูลค่าประมาณ แสนก่าบาท เสียใจด้วยจริงๆ นะครับ ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ก็แล้วกัน .....เห็นแต่รายชื่อเพื่อน ๆ ที่วัชระ ภุมรินทร์ขายบัตรงานราตรี แต่ไม่สามารถมาได้ ก็หลายท่าน เช่น พ.อ.นพชัย สนองคุณ,พล.ต.เด่นดวง ทิมวัฒนา,พ.อ.สุรชัย สบประสงค์ นี้สายทหารทั้ง 3 ท่าน ,คุณพิสิฐ เพ็ญจันทร์ สรรพกากร เห็นว่าทำธุระกิจมากมาย เดินทางไม่หยุดหย่อน.....ระวังหัวใจจะวายรับเงินมากนะเพื่อน.....คุณวุฒิศักดิ์ วานิชย์กุล (แม้ว) คนนี้มาเอง มาตั้งแต่ก่อนงานถือว่าใช้ได้ และอยู่จนเลิก และเห็นว่าในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เพื่อนจาก กทม. และเพื่อนจากพิษณุโลก จะไปประชุมกันที รีสอร์ท ปากช่อง แม้วเพื่อนของเราดูแลเพื่อนอย่างดีทุกครั้ง เพื่อนถึงติดใจไปบ่อยๆ ไงหละครับ.........คนที่โชคดีได้ของขวัญจากการจับฉลากเยอะกว่าใครต้องคุณกิตติศักดิ์ โพธิ์ศรี(เช้า) ได้ทั้งทีวี และจักรยาน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสถิติจังหวัดพิษณุโลก......คุณสถิตย์ ภู่เจริญ ก็เพิ่งสูญเสียมารดาไปเมื่อ 9 ธ.ค.53 ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ อ.ศรีสำโรง คุณคำแสน กิจสมบูรณ์ ได้ประสานให้เพื่อน ๆ เต็มที่ทั้งเป็นเจ้าภาพและพวงหรีด เสียใจด้วยนะครับ......ประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนหน่อย คุณน้อยหน่า..หรือชื่อจริงเพ็ญประภา สังข์เมือง มีธุรกิจรถบัส 2 ชั้นให้เช่าและรถตู้ให้เช่า เพื่อน ๆ คนใหนสนใจโทรได้เลยนะครับ 089-7032636 หลังจากที่ชมรมได้ขับรถยนต์ไปเที่ยวที่ สวนป่าแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ก็ได้ ผอ.อวยพร นิลกำแหง ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ประทับใจจริงๆ และขอบคุณอีกครั้งมา ณ ที่นี้นะครับ และในครั้งนั้นรถยนต์ขับไปเป็นขบวนไม่น้อยกว่า 14 คัน แต่ต่อไปอาจะใช้บริการรถบัส 2 ชั้น ของเพื่อนก็ได้นะครับ...........เดี๋ยวนี้เพื่อน ๆชมรมมีอีเมล์ติดต่อถึงกันไม่น้อยกว่า 105 คนแล้ว เพื่อนคนไหนสนใจไม่รู้จะสมัครอย่างไร โทรบอกผมได้นะครับ..แต่เพื่อนที่แซงคิวทุกคนตอนนี้ คุณ จักรพงษ์ วีระมาชา(ดุลย์) เจ้าของ teena คนนี้ตัวจริงเสียจริงส่งเมล์สม่ำเสมอ ตอนเช้าๆ เปิดมาเมล์ของเพื่อนคลาดเครียดได้นะครับ คนไหนสนใจผมจะส่งต่อให้ ไม่สงวนลิขสิทธ์ แต่ดูได้คนเดียวนะ ห้ามลูกเปิดดูเด็ดขาดนะ.....รอคำสั่งใกล้เป็นนายอำเภอแล้ว ปลัดเกรียงศักดิ์ โชควรพัฒน์ ช่วงนี้ก็เลี้ยงหลานที่บ้านไปก่อนนะเพื่อน.และเพื่อนที่มาเยี่ยมเยียนการประชุมเป็นระยะ ๆก็ได้แก่ คุณมังกร จีนด้วง,คุณธีระ อินศรีชื่น,คุณพีระพงษ์ ฉันทะโชติ,คุณธีระศักดิ์ เอื้ออริยะกุล,คุณวัลลพ ศรีแสงฉาย,คุณพีระพล เจริญทิม มือกีตาร์ประจำรุ่น,พ.อ.อ.อดุลย์เลิศ สนศิริ,คุณสมพงษ์ พัดจาด ..สารสัมพันธ์พอแค่นี้ก่อนนะครับสำหรับเพื่อนที่ไม่มีรายชื่อก็อย่าน้อยใจนะครับ เรารักกันทุกๆ คนและสามัคคีกันดีมากครับจนเป็นที่กล่าวขขานของกลุ่มอื่นๆ มากมาย รวมทั้งอาจารย์ของเราด้วยก็ชื่นชม............สุดท้ายนี้เพื่อนๆ คนไหนมีข่าวสาร หรือแนะนำติชมอะไรขอให้ส่งอีเมล์มาได้ที่ montri_sri1@hotmail.com นะครับ เพื่อจะได้ส่งสารกันต่อไป สำหรับเวปไซด์ของชมรม http://pp14-16.blogspot.com/ ก็จะปรับปรุงเป็นระยะ ๆ อัพเดทข้อมูลไปเรื่อยๆ นะครับ อย่างน้อย ก็ให้เพื่อนที่ไม่มีอีเมล์ได้รับทราบข้อมูลของชมรมได้..............ขอบคุณมากครับ