โครงการหลวง ป่าสนวัดจันทร์

โครงการหลวง ป่าสนวัดจันทร์
โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์

2/9/54

กิจกรรมสังสรรค์....เพื่อนกทม.‏













เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา คุณวัชระ ภุมรินทร์ ได้กินเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนที่มาจากแดนไกล คุณอำนาจ เชยพัฒนา กลับจากอเมริกา ที่คลับเฮาส์สนามกอล์ฟกองทัพบก มีเพื่อนร่วมงานหลายท่านคือ คุณวุฒิศักดิ์ วานิชย์กุล,พ.อ.นพชัย สนองคุณ,คุณผุสดี หิรัญไพบูลย์,คุณยุทธนา จารีวิษฎ์ และ คุณณัฐนัย กรวิกรานต์ ขอแซวเพิ่มเติม เพื่อน ๆ ชมรมศิษย์เก่าที่กรุงเทพฯ คงจะรู้จักทางที่จะไปทานอาหารอยู่ร้านเดียว คือที่คลับเฮาส์สนามกอล์ฟกองทัพบก เพราะผมไม่เคยเห็นว่าวจะไปสังสรรค์ที่อื่นเลย
หรือเห็นว่า พ.อ.นพชัย เป็นเจ้าถิ่น เลยเอาที่นี้ที่เดียว เพราะฉะนั้น เพื่อนที่ต่างจังหวัดต้องศีกษาเส้นทางคลับนี้ให้ดีนะครับ เพราะถ้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนที่กรุงเทพ ก็คงจะที่นี้แน่นอน
จาก
มนตรี
หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว มาจากหลาย ๆ ที่ ใครเป็นใครดูเอาเองก็แล้วกัน ส่วนภาพที่ทานที่คลับเฮาส์ไม่มี คราวต่อไปขอความกรุณาคุณโจ
ส่งมาให้ผมสักครั้งนะครับ

30/8/54

ขอเชิญร่วมทำบุญ


ถึงทุกๆท่าน


อยากขอเชิญร่วมเป็นกรรมการทอดกฐินสามัคคีที่วัดหนองแกพัฒนาราม ต.วังไทร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ในวัน

อาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2554 เวลาประมาณ 12.00 น.โดยประมาณ ซึ่งวัดนี้อยู่ใกล้ " สวนศิลดา " ของข้าพเจ้าเอง ยังไม่มี

ความเจริญอย่างมากเลย เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดคนเก่าเข้ากับชาวบ้านไม่ได้ และชาวบ้านก็ไม่ศรัทธาด้วย จะทำบุญหรือบวช

ลูกหลานก็ไปที่วัดอื่นๆ ทั้งๆที่บ้านก็อยู่ใกล้กับวัดหนองแกฯ จึงทำให้วัดไม่มีการพัฒนาใดๆเลยพระลูกวัดก็มีรูปเดียวกับเจ้า

อาวาสเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนเจ้าอาวาสใหม่เป็นพระนักพัฒนา ก็ได้เริ่มพัฒนาวัดชาวบ้านก็เริ่มหันมาช่วยกันและมีการ

ปฏิบัติธรรมมากขึ้น แต่สถานที่ก็ไม่อำนวยเท่าไรนัก เพราะศาลาก็เก่าและทรุดโทรมหลังคารั่ว ห้องนำก็เก่าและไม่เพียงพอกับ

ผู้มาปฏิบัติธรรม พอดีได้ไปทำบุญร่วมกับคนในหมู่บ้านสร้างศาลาหน้าเมรุ เดิมเป็นที่โล่งๆหน้าเมรุเห็นแล้วน่าอนาถ และเจ้า

อาวาสใหม่ก็พยายามจะพัฒนาวัดเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าวัดแต่ก็ขาดปัจจัยอย่างมาก(วัดนี้ยังไม่มีโบสถ์ด้วยนะ) และท่านก็ต้อง

การห้องสุขาพร้อมห้องน้ำสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรมที่มีการพักค้างจำนวน 10 ห้อง ทางเราเห็นว่าก็น่าจะทำได้เพราะค่าใช้จ่าย

เฉลี่ยห้องละ 25,000.-บาท เป็นการสร้างสิ่งที่ปลดทุกข์ก็เป็นบุญกุศลเหมือนกัน ถ้ามีจำนวนเงินที่เหลือก็จะปฏิสังขรณ์ศาลาที่

เก่าและทรุดโทรมด้วย จึงอยากชักชวนท่านทั้งหลายร่วมกันทำบุญในครั้งนี้ด้วยกัน ท่านใดอยากทำบุญต่อห้องก็ได้เพราะจะทำ

ป้ายรายนามรวมผู้บริจาคต่อห้องให้ด้วย ส่วนท่านใดที่จะร่วมทำบุญก็ขอได้โปรดแจ้งชื่อ-นามสกุล ระบุจำนวนเงินกลับมาให้

ด้วยก็ดีค่ะ เพราะจะต้องส่งรายชื่อให้โรงพิมพ์ได้พิมพ์ใบฏีกาประมาณวันที่ 10 กันยายน 2554 นี้


หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านที่นับถือศาสนาพุทธจะได้ทำบุญร่วมกัน และท่านใดอยากจะมาร่วมทอดกฐินสามัคคีในครั้ง

นี้ด้วยก็ยินดีอย่างยิ่ง เพราะวัดนี้ก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯนักขับรถเพียงชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง รถติดในกทม.ยังจะ

นานกว่านี้อีกนะค่ะ



ขอบคุณค่ะ

ลดาวัลย์

19/8/54

ภาพกิจกรรมชมรมฯที่ผ่านมา ก.ค.-19สค.54‏







ถึง เพื่อน ๆ
ผมขอส่งภาพบางส่วน กิจกรรมชมรมฯที่ผ่านมา จากกล้องของ พ.ต.ท.พิษณุ ,

คุณสุรชัย พงษพานิย์ และของผมที่มีบ้างส่วน ซึ่งยังมีภาพอยู่ที่กล้องของ จ.ส.อ.อุดร
และคุณอนันต์(เม้ง) อีกมาก ซึ่งถ้าได้มาแล้ว จะส่งให้ชมต่อไป

ร่วมงานแต่งบูตรสาวสิทธิเดช เตียวตระกูล
ร่วมงานศพบิดาของคุณสมพงษ์ คูหาจิต
ร่วมงานศพบิดาของคุณณชพัฒน์ เทียนไพโรจน์(กิจจา)
ร่วมแสดงความยินดีที่คุณประพันธ์ ทิมวัฒนา ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการไพฟ้า จ.พิจิตร
จาก
มนตรี
ปล.ที่ยังขาดภาพ ร่วมงานศพมารดาคุณยุทธนา จารีวิษฎ์(ซื้อยิ้ว),
ร่วมงานแต่งงานบุตรสาวคุณพลัฐ โชรวรพัชร์(เกรียงศักดิ์ เพชรอำไพ)

16/8/54

ขอขอบคุณเพื่อนบริจาคเงินสมทบกิจการของชมรมฯ


ถึง เพื่อน ๆ
จากสารสัมพันธ์ฉบับเดือนสิงหาคม 2554 ทางชมรมได้ขอรับบริจาค
เงินเข้าชมรมฯเพื่อใช้เป็นทุนทำกิจกรรมสารสัมพันธ์ ประจำเดือน ซึ่งปัจจุบันมีเพื่อนสมาชิก
จำนวนรวม 350 ท่าน ค่าใช้จ่ายในการส่ง ทั้งค่าไปรษณีย์ และการจัดทำพิมพ์งาน พับสิ่งพิมพ์
การแปะชื่อ ให้ได้ 350 ชุดแต่ครั้งประมาณ 1,600.- บาท
และทางชมรมฯไม่ต้องการที่จะไปรบกวนเงินกองกลาง
ของชมรมฯ ซึ่งนับวันจะร่อยหรอลง จากกิจกรรมงานต่าง ๆ
ที่ต้องดำเนิการเป็นประจำ โดยเฉพาะงานสังคม
ที่เกี่ยวกับการเสียชีวิต เป็นต้น
บัดนี้ มีเพื่อนสมาชิกมาบริจาคที่ผมแล้ว จำนวน 3 ท่านคือ
คุณสมนึก ศรีวันทนียกุล(ชอ) จำนวนเงิน 1,000.-บาท บริจาคเมื่อวันที 12 สิงหาคม
และคุณยุทธนา(ซื่อยิ้ว)-คุณลำพูน จารีวิษฎ์ บริจาคโดยโอนเงินผ่านทางธนาคาร เมื่อวันที่ 15
สิงหาคมนี้ จำนวนเงิน 5,000.-บาท
ชมรมจะได้เก็บไว้เป็นกองทุนเพื่อดำเนินจัดทำกิจกรรมสารสัมพันธ์ต่อไป
ซึ่งสามารถจะจัดทำได้อีกถึง 4 ฉบับ โดยไม่ต้องรบกวนเงินกองกลางของชมรมฯ
แต่ถ้ามีเพื่อนคนไหนสมัครใจเพื่อจะบริจาคเพิ่มเติม สามารถบริจาคได้ตลอดเวลานะครับ
และขอขอบคุณเพื่อนดังกล่าวที่บริจาคให้ชมรมฯ ขอให้มีความสุข ความเจริญ
มีสุขอนามัยแข็งแรง มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ต่อไปนะครับ
จาก
มนตรี
ปล.สำหรับรูปคุณสมนึก (ชอ) ตอนนี้ยังหาไม่พบในไฟล์ข้อมูล
ถ้าพบแล้วจะนำลงต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์.......บิดาคุณณชพัฒน์ เทียนไพโรจน์(กิจจา


ถึง เพื่อน ๆ
เนื่องด้วยบิดาของเพื่อนณชพัฒน์ เทียนไพโรจน์(กิจจา)
ถึงแก่กรรมเมื่อเช้าวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ทางชมรมฯเป็นเจ้าภาพ
สวดอภิธรรมศพในวันพฤหัสที่ 18 สิงหาคมนี้ ที่วัดป่าไทรงาม อ.ไทรงาม
จ.กำแพงเพชร และมีกำหนดฌาปณกิจศพในวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม
เวลาประมาณ 15.30 น.เป็นต้นไป
สำหรับเพือนที่จะเดินทางไปร่วมเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 18 สิงหาคม
จะมีรถตู้ 1 คันของคุณสุรินทร์ ศรเพชร (สำหรับเพื่อนที่ไม่ต้องการขับรถไปเอง)
กำหนดออกเดินทางเวลา 18.00 น.หน้าบ้านท่านรองประธานเม้ง

15/8/54

ข่าวกิจกรรมชมรม...วันพุธที่ 17 สิงหาคม‏

ถึง เพื่อน ๆ
เนื่องด้วยบิดาของเพื่อนสมพงษ์ คูหาจิตร ถึงแก่กรรม
เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม
จึงขอเชิญเพื่อนร่วมงานพิธีศพ ในวันพุธที่ 17 สิงหาคมี้
เวลา 20.00 น. ที่วัดเซ็นนิโกลาศ ตรงข้างโรงเรียนเซ็นฯ
กำหนดวันฝั่งศพที่สุสานเซ็นนิโกลาส วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคมนี้
จึงขอเชิญร่วมงานพิธิศพโดยพร้อมเพรียงกัน
จาก
มนตรี ศรีภิรมย์
ปล.และจะขอความร่วมมือจากคุณนพดล จันทร์จำเนียร
โทรบอกทางโทรศัพท์ เพื่อนในจังหวัดพิษณุโลกอีกครั้งหนึ่ง

10/8/54

เลื่อนการไปทำบุญฉลองพระประธาน วัดถ้ำสันติธรรม




จากการที่ คุณวุฒิศักดิ์ วานิชย์กุล(แม้ว) เชิญชวนเพื่อน ๆ และครอบครัว ไปทำบุญฉลองพระประธานที่วัดถ้ำสันติธรรม อ.ปากช่อง
ในช่วงวันที่ 12-14 สิงหาคมนี้ ปรากฏว่า เพื่อน ๆหลายท่านติดภาระกิจเดินทางไปร่วมไม่ได้มีจำหนวนหลายท่าน ดังนั้นจึงขอเลื่อนกิจกรรมนี้ไปก่อน และเมื่อมีช่วงเวลาที่เหมาะสม จะเชิญชวนเพื่อน ๆอีกครั้งนี้ แจ้งข่าวโดยคุณผุสดี หิรัญไพบูลย์(ตุ้ม)

9/8/54

ข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรมชมรมฯ‏



ถึง เพื่อน ๆ
ด้วยมารดาของคุณยุทธนา จารีวิษฎ์(ซื่อยิ้ว) ถึงแก่กรรมคือคุณแม่เง็กย้ง แซ่อึ้ง(แซ่ลิ้ม)
ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดสระแก้วปทุมทอง ศาลา 2 ชมรมฯได้กำหนดเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ
ในวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2554 เวลา 20.00 น. จึงขอเรียนเชิญเป็นเจ้าภาพโดยพร้อมเพรียงกัน
และกำหนดเคลื่อนศพไปที่สุสานเขาฟ้าในวันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2554
จาก
มนตรี

8/8/54

สารสัมพันธ์ ประจำเดือน สิงหาคม 2554

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชมรมศิษย์เก่า พ.พ.14-16 คราวข่าวเงียบหายไปนานหน่อยนะครับ เป็นสารสัมพันธ์ที่ออกตามรายสะดวกและความขยัน แต่ได้ประชุมกันไปเมื่อ เสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมาเห็นร่วมกันว่าอย่างน้อยอย่าให้เกิน 2 เดือนต่อฉบับก็ยังดี เพื่อเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็ยังดี.......เริ่มแรกเลยปัจจุบันนี้พวกเราอายุอย่างน้อยสุดก็อายุ 54 ปี คือเกิด พ.ศ.2500 เป็นต่ำสุด ถ้าทำงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือสังกัดบริษัท ก็เหลือไม่เกิน 6 ปีเข้าวาระเกษียณกันแล้ว ลูกๆ ของแต่ละท่านก็เริ่มทยอยแยกครอบครัวกันแล้ว เท่าที่ทราบก่อนหน้านี้ เป็นบุตรชายของ น.ท.สมปอง ภาคภูมิ เห็นเพื่อนที่ไปร่วมงานบอกว่า บุตรชายหล่อมาก อีกหน่อยก็จะเป็นคุณปู่แล้วนะเพื่อน.......อีกครอบครัวหนึ่ง อดีตผู้จัดการธนาคารออมสิน คุณอำนวย สืบสายอ่อน ก็แต่งงานบุตรชายที่กรุงเทพ คุณธงชัย เพชรรักษ์ ที่ไปร่วมงานด้วยเห็นบอกว่าบอกว่า เกรงใจเพื่อนไม่อยากรบกวน ไม่ค่อยได้แจกการ์ดใคร ก็สบายใจไปอีกหนึ่งท่านครับ..............เมื่อช่วงที่ผ่านมาเพื่อนบางคนจะงง ๆ มากเพราะได้รับซองแดง ๆ เป็นการ์ดแต่งงาน ชื่อเจ้าภาพไม่คุ้นเลย ขอแจ้งให้ทราบนะครับ คุณพลัฎฐ์ โชควรพัชร์ ก็คือท่านปลัดเกรียงศักดิ์ เพชรอำไพ เป็นบุคคลคนเดียวกัน จัดงานแต่งงานลูกสาวคนโตในวันเสาร์ที่ 30 ก.ค.2554 ก็สบายอกสบายใจไปอีก 1 คน เพราะมีบุตรสาว 2 คน สวยทั้งคู่ ออกเรือนกัน หมดแล้ว คราวนี้พ่อ แม่ได้เที่ยวกันแบบสบายใจแล้ว.......คิวต่อมาก็เป็นคิวของเพื่อนสิทธิเดช เตียวตระกูล กำลังหน้าดำคร่ำเครียดทั้งสามีภรรยา ออกเดินสายแจกการ์ดแต่งงานบุตรสาว ในช่วงวันที่ 12 สิงหาคมนี้ เป็นวันแม่พอดี ตามการ์ดบุตรสาวสวยมาก หน้าตาเหมือนแม่ แต่ถ้าหน้าตาเหมือนพ่อก็แย่เลยนะ อันนี้ล้อเล่นนะจ๊ะ.....แต่ถ้าช่วงปลายปี เดือน พ.ย.2554 ก็ถึงคิว ผศ.สุดชาติ และ อ.ยุพิน สุดประเสริฐ จะจัดงานแต่งงานบุตรสาว บ้านนี้มีบุตรสาว 3 คนเลย พบกันล่าสุดเห็นว่าจอง สถานที่จัดงานแล้วล่วงหน้าไว้แล้ว คงเป็นงานช้างแน่นอน เพราะทั้งคุณพ่อ และคุณแม่เป็นบุคคลที่มีเพื่อนฝูงเยอะ และชมรมฯก็ใช้สถานที่บ้านจัดประชุมเสมอมา ซึ่งอาจารย์ทั้ง 2 ท่านก็ต้อนรับด้วยน้ำจิตรน้ำใจไม่ตรีที่ดีมาก ๆ ....และชมรมต้องขอบ คุณสิทธิชัย พัฒนพงศ์พิทักษ์(เขียว) ที่บริจาคเงินให้ชมรม 2,000.-บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการของชมรม ขอให้เพื่อนมีความเจริญก้าวหน้า สุขภาพแข็งแรงมาก ๆ นะครับ........การตื่นตัวกิจการชมรม ต้องคนนี้ จ.ส.อ.อุดร ชมกุล ซึ่งมีเสียงแหบเป็นเอกลัษณ์ ตอนนี้ถ้าไปไหนจะเห็นเพื่อนหิ้วกล้องตลอด เป็นมือถ่ายประจำรุ่นไปแล้วอีก 1 คน แต่เวลาพวกเราถูกถ่ายต้องอึดใจหน่อยนะ เพระคุณอุดร เค้าจะเล็งกล้องของเค้านานมาก เห็นบอกว่าเป็นการจัดองค์ประกอบนะ.......เนื่องจากปัจจุบันเพื่อนเราเล่น facebook กันเยอะเป็นสังคมออนไลน์ พวกเราอย่าลืมไป add รับเป็นเพื่อนกันบ้างนะ.....เท่าที่ผมทราบ ...ที่เห็นบ่อย ๆ และส่งอีเมล์ ข่าวสาระต่างๆ ต้อง คุณพงษ์พันธ์ วังซ้าย เพื่อนคนนี้ไม่มีตกข่าวส่งอีเมล์อย่างสม่ำเสมอดีมาก ๆ ครับ... พ.ต.อ.อดิศร อินสด ก็เล่นบ้างเป็นบ้างครั้ง....ต่อไปก็คุณสุรินทร์ ศรเพชร เจ้าของนิคเนม chincha ตอนนี้ก็ซ่า ๆ ไป และรายชื่อเพื่อนกลุ่มนี้ เช่น อาจารย์ชูชัย เทพวีระ ,คุณฉัตรณรงค์ สุวรรณศรี,,พ.ต.อ.ประวิทย์ เจียมตระกูล,คุณสมเกียรติ อินทุวงศ์,คุณสมนึก อารีพงษ์ ,คุณอนุวัตร โชคชื่น ,คุณสุดารัตน์ คงคิรินทร์,คุณสุรศักดิ์ สถิรวงศ์ ไหน ๆ ก็ เป็นสมาชิก facebook แล้ว แต่จากการผมได้เข้าไปสำรวจดู ไม่มีการเคลื่อนไหวได ๆ รูปประจำตัวก็ยังไม่มี ไหนๆ เพื่อนก็เป็นสมาชิกแล้วลองเล่น ๆ กับเพื่อนบ้างนะครับ ให้ลูก ๆสอนให้ก็ได้ไม่ยาก เพื่อนบ้างคนไปทำกิจกรรมอะไรมา เอารูปลง facebook ก็ทำให้ทราบความเคลื่อนไหว หายคิดถึงกันไปได้ ล่าสุดก็ต้อง คุณวัชระ และคุณ อินธิรา ภุมรินทร์ ไปงานวิ่งแถว ๆ พระที่นั่งอนันตสมาคม ยังเอารูปลงเพื่อนๆ แซวกันใหญ่เลย อย่างนี้ไม่เหงาดี,,.....,และที่เป็นสมาชิกและเห็นล่นเป็นประจำ มีการอัพเดทตลอด.ต้อง..ดร..กอบกาจน์ กัปตพล ไปต่างประเทศมาอยู่เสมอ เอารูปมาลงเผื่อให้เพื่อนชมอย่างสม่ำเสมอ,..... และเพื่อน ๆ ที่ผมเห็นอัพเดทเป็นประจำต้องรายชื่อเพื่อน ๆ กลุ่มนี้ เช่น คุณลัดาวัลย์ อุดมธนวงศ์,คุณผุสดี หิรัญไพบูลย์(ตุ้มเป็ด),จ.ส.อ.อุดร ชมกุล, คุณยุทธนา และ คุณลำดวล จารีวิษฎ์, คุณกิจจา พัฒนาพงศา ,คุณธนิตศักดิ์ พชรโพธิ์เจริญ คนนี้เพื่อนเห็นชื่ออาจจะงงๆ แต่ถ้าบอกว่าคุณมานพ โพธิ์เจริญ ก็คงเข้าใจมือเบสผู้ยิ่งใหญ่ประจำรุ่น,คุณประสืทธิ์ หมอรักษา,คุณมาลัย จันทร์วงศ์ ภรรยาน.พ.นิพนธ์ จันทร์วงศ์ ได้ข่าวมาว่าสามีภรรยาคู่นี้ ใจบุญมาก ๆ ชอบทำบุญสร้างวัด ขออนุโมทนาสาธุด้วยนะครับ,คุณอนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์ ก็ไม่น้อยหน้า มีการ add ข้อความถึงเพื่อน ๆ บางคนใน facebook อยู่เสมอ เป็นสมาชิ อ.บ.ต.ที่ทันสมัยนะครับ ,ท่าน พล.ต.เด่นดวง ทิมวัฒนา ก็มีการเล่น facebook เป็นประจำเหมือนกันนะ ถึงแม้นดูตามตำแหน่งหน้าที่เวลาน่าจะไม่ค่อยว่าง, ผ.อ.อวยพร นิลกำแหง พักหลังก็ซ่า ๆเพื่อนเรางานคงยุ่งนะ..........และสำหรับเพื่อน ๆ ที่อยู่งกรุงเทพฯ ก็มีการจัดประชุมสังสรรค์เป็นประจำ ซึ่งคุณวัชระ ภุมรินทร์ ผู้ดำเนินรายการก็จะส่งข่างทาง sms ทางมือถือให้เป็นประจำ ส่วนใหญ่จัดทุกศุกร์ ปลายเดือนที่สนามกอล์ฟทัพบก ซึ่ง พ.อ.นพชัย สนองคุณ(โต) ดูแลอยู่ที่นั้น เพื่อนที่เห็นไปสังสรรค์เป็นประจำ เช่น คุณชวลิต โกมลไพศาล, พ.อ.สรุชัย สบประสงค์(หนุ่ม),คุณวุฒิศักดิ์ วานิชย์กุล,คุณพงษ์พันธ์ วังซ้าย,คุณสถาพร ภู่ทองคำ และภรรยา,คุณณรงค์ เพ็งพุ่ม และภรรยา,คุณบุญเรือง เกตุนิล,คุณเกียรติสกุล กัลยาณมิตร,คุณยศทวีชัย ณ.นครพนม(ตุ๊ก) และที่เห็นหน้าอย่างสม่ำเสมอและไม่เคยขาดต้อง คุณผุสดี หิรัญไพบูลย์ ส่วนคุณอินธิรา ภุมรินทร์ ต้องไปอยู่แล้วเพราะต้องติดตามสามี.....สำหรับคุณพิสิฐ เพ็ญจันทร์(จู๊ด) เคยสอบถามแล้วที่ไม่ได้ไปสังสรรค์เพราะบ้านไกลมาก ระยะเวลาไปกลับ 3-4 ชั่วโมง พอ ๆ กับเดินทางไปต่างจังหวัด แต่ก็ยังคิดถึงเพื่อนเหมือนเดิม....วันก่อนช่วงเลือกตั้ง เปิดทีวีเห็นหน้าเพื่อน คุณชวลิต ยาคล้าย ตอนนั้นคงกำลังยุ่งมากช่วงเลือกตั้ง หลังจากนี้แล้วคงยิ้มได้นะเพื่อน ท่าน กกต......แสดงความยินดีกับเพื่อนหน่อย คุณประพันธ์ ทิมวัฒนา ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการไฟฟ้า จ.พิจิตร ของแสดงความยินดีด้วยครับ และมีเพื่อนเป็นผู้ช่วยผู้จัดการที่นั้นอีก คุณสมนึก อารีพงษ์ คงทำงานสบายใจเฉิบเลยนะเพื่อน happy happy ........นี้ก็อีกคนเพื่อนเราได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก รับงานเสร็จก็วิ่งวุ่นหน้าดู เพราะเจอภาวะน้ำท่วม คุณธงชัย ทุ่งโพธิ์แดง ตอนนี้คงเข้าที่แล้วนะครับ.....เพื่อนจัดงานแต่งก็เยอะ เมื่อเดือน ก.ค.54 แต่คุณนิเวศ ศรีวงศ์ ได้จัดงานบวชลูกชาย ได้เห็นชายผ้าเหลืองแล้ว ตอนต้นปีเพิ่งจัดงานแต่งลูกสาวไป.......สำหรับข่าวคราวโยกย้ายก็มี คุณณชพัฒน์ เทียนไพโรจน์(กิจจา) ได้ไปเป็นธนารักษ์จังหวัดชัยภูมิ , คุณกุลดิลก แก้วประพาฬ ได้ย้ายจากกรุงเทพมาเป็นหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการเกษตรที่ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู......เมื่อต้นเดือน พ.ค.54 ที่ผ่านมาได้ไปแสดงความยินดีกับเพื่อนของเราคุณปรารถณา ต่ายชาวนา หัวหน้ากองคลังเทศบาลนคร พิษณุโลก บ้านมีแต่รูปภาพงานวาดสวยงามมาก ๆ ของสามี เห็นเพื่อนบอกว่าบ้านเอาไว้จัดงานแสดงภาพวาด ก็สบายใจไปอีกแบบหนึ่ง......แต่สำหรับเพื่อนอีกคนคุณยินยง ชำนาญจันทร์ ปรับปรุงตกแต่งบ้านใหม่ ปวดหัวกับช่างรับเหมาที่ทำงานไม่ได้ดังใจ ตอนนี้คงหายปวดหัวแล้วนะครับ.....และคุณธีรศักดิ์ เอื้ออริยกุล(เหม่ง) หรือหมอเหม่งของเพื่อน ๆ ก็ได้ซื้อตึกใหม่ ใหญ่สะอาดโอ่งโถงยิ่งกว่าเดิม อยู่ฝั่งเดียวกับโรงเจ ตลาดใต้ เพื่อนเรายังตื่นเช้าเพื่อเปิดคลินิกแล๊บเหมือนเดิม เห็นว่าตอนนี้เพื่อน ๆ ไปใช้บริการเจาะเลือดตรวจสุขภาพกันมากขึ้น............อีกหนึ่งคนที่ติดต่อชมรมฯอย่างสม่ำเสมอ พ.อ.ธนัญชัย พยัตตพงษ์(ยอดแก้ว) เมื่อเดือนก่อน ก็ได้โทรขอให้แก้ไขเบอร์โทรเพื่อน ก็ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้......นี้เพื่อนของเราก็เพิ่งจะเสียใจ และก็ภูมิใจไปพร้อม ๆ กัน คือคุณพณศักดิ์ ภานุเจต(สุรชัย) หรือชื่อเล่น หลิม เพิ่มสูญเสียบิดาไปเมื่อกลางเดือน ก.ค. และลูกสาวสอบได้ทุน AFS ไปพร้อมกันเห็นว่าต้องเดินทางไปสถานทูตขอวีซ่าให้ลูกสาววันฝั่งศพบิดาพอดี.....ส่วนส.จ.ใหญ่ คุณเศรษฐา กิตติจารุรักษ์ มีความขยันขันแข็งมาก ๆงานศพใน จ.พิษณุโลกเราจะพบตัวตลอด และคิดค้นโครงการใหม่ ๆ ให้ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ สมเป็น สจ.ของประชาชนจริง ๆ........สำหรับคุณเริงชัย เถื่อนสอน ทำงานที่ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เพื่อน ๆ ถามหานะ ส่งข่าวคราวหน่อยนะครับ ......ส่วน ผู้ช่วย ผอ.ทรงภรต ภู่กร ปัจจุบันได้ย้ายมาประจำที่ โรงเรียนพุทธชินราชแล้ว ทราบแล้วเปลี่ยนนะครับ ไม่ใช่ไปถามหาที่โรงเรียนเดิมอีก ........ประชุมรุ่นครั้งสุดท้าย คุณธีระ อินศรีชื่น ภรรยาเลี้ยงดีหรืออย่างไร ปัจจุบันนำหนักเกือบ 100 โลแล้ว กินอะไรก็อร่อยหรือเพื่อน ต้องเปลี่ยนเอวกางเกงเป็นยางยืดแล้วมังเพื่อน........คุณคำแสน กิจสมบูรณ์ บุตรชายคนสุดท้องก็สอบเอ็นติด มน.สบายใจไปอีกหนึ่งคน ครอบครัวนี้ลูกเรียนเก่ง ๆ กันทั้งนั้น........อีเมล์เด็ด ๆอย่างสม่ำเสมอต้องคนนี้ ผช.ผอ.จักรพงษ์ วีระมาชา แห่งโรงเรียนจ่านกร้อง ใครอยากได้รับชมอีเมล์ไปหาได้นะครับไม่ผิดหวังแน่นอน.......ไปไหนไปด้วยกันเป็นคู่เสมอต้อง อ.ฉัตรณรงค์ สุวรรณศรี และภรรยา คู่นี้แน่นอน รักกันดีมาก เห็นบอกว่าช่วงที่ผ่านมางานยุ่งมากต้องเป็นเป็นมือกล้องถ่ายทอดทีวีการศึกษาเก่งจริงนะเพื่อนเรา,,,,,,พ.อ.เชาว์ เกตุดี ก็ค่อนข้างไปไหนไปด้วยกันกับภรรยาเหมือนกัน ตอนนี้เออรรี่รีไทร์แล้ว วันก่อนโทรมาตอนกลางวันบอกว่าตอนนี้กำลังนอนเปลยวนใต้ต้นมะม่วงที่สวนของตนเอง ยามว่างก็ไปทำสวนสบายใจจริงนะเพื่อนเรา.....เพื่อนคนนี้อยู่ไกลมาก จ.นราธิวาส แต่งานกิจกรรมรุ่นไม่เคยขาด ต้องของชมเชย ร.ต.ท.นิพนธ์ เตียวตระกูล มาครั้งนี้มีสูตรยาแก้ไมเกรนมาฝากด้วย ภรรยาของเพื่อนเรากินมาแล้ว หายเป็นปิดทิ้ง ใครอยากได้สูตร ลองโทรถามนะเพื่อนไม่มีห่วงยินดีบอกต่อ......ถามถึง อ.ประโยชน์ อาจองค์ เห็นไปเดินออกกำลังกายกับลูก ๆ ที่สวนชมน่าน เดี๋ยวนี้หายเงียบเลย สงสัยว่าถ้าน้ำหนักเพิ่มถึงมาอีกครั้งหนึ่งหรือเปล่าเพื่อน.......ประชุมแต่ละครั้งจะขาดคนนี้ไม่ได้ครับ จ.ส.อ.เผ่าพงษ์ หุนตระกูล เพราะอาหารจานโปรดในที่ประชุมต้อง ลาบลู่ และเพื่อนตี๋ใหญ่ของเราจะจัดมาให้อย่างสม่ำเสมอมิได้ขาด แน่นอนจริง ๆ .............เดี๋ยวจะตกหล่นไปคุณวรพันธ์ ปั้นจิตร และคุณสัมฤทธิ์ อิ่มอก งานประชุมแต่ละครั้งที่ กทม.จากเห็นรูปเพื่อน 2 คนก็ไปมิได้ขาดเช่นกันถึงแม้นบ้านจะไกลหน่อย........ถ้าว่างจากงานซ่อมเพื่อนของเราก็มามิได้ขาดประชุมต้อง คุณยงภิต มาลีรัตน์(ตั้ม) ตอนนี้นี้งานเรียกว่าตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อตว่างันเถอะ.........สำหรับคุณวัลลพ ศรีแสงฉาย เจ้าพ่อตลาดนัดรองเท้ามือสอง ก็ขยันเพิ่มความรู้ตนเองเรื่องอินเตอร์เน๊ตเช่นกัน เห็นข่าวว่ากำลังขมักเขม็นศึกษาเรื่อง facebook อยุ่ แต่เพื่อนก็รับส่งอีเมล์ โหลดเพลงเป็นเก่งขึ้นเยอะเลยนะเพื่อนเรา....,,,,,,,,,,,,,.............กำลัง hot สุด ๆ อุปกรณ์ขายกาแฟ และลงกิจการกับนิตยสาร ถ่ายรูปคู่กับดารา ต้อง คุณนิทัศน์ รุ่งนภาเนตร(ตา) ล่าสุดถ่ายกับแพนเค้กเลยนะเพื่อนเรา......... ปิดท้ายด้วยคุณประสพ มั่นแก้ว นายช่างเขื่อนแควน้อย ได้ข่าวว่าได้ย้ายไปอยู่ จ.แพร่ แต่ยังรับผิดชอบในที่เดิมก่อน และขอให้เพื่อน ๆทั้ง พิษณุโลก และต่างจังหวัดเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ ประมาณ พ.ย. หรือ ธ.ค.54 เมื่อทางเขื่อนปรับปรุงบ้านพักรับรอง และภูมิทัศน์เสร็จ ชมรมฯมีโปรแกรมจะไปทำบุญทอดผ้าป่าแถว อ.วัดโบสถ์ และไปพักแรมที่เขื่อนแควน้อย 1 คืน ช่วงเสาร์-อาทิตย์ เป็นการสังสรรค์กันเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ และจากการจัดสารสัมพันธ์ประจำเดือน ที่ประชุมมีมติว่า เนื่องจากการจัดทำสารสัมพันธ์ ต้องส่งให้เพื่อน ๆ ปัจจุบันนี้มีทั้งสิ้น 352 ฉบับ ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งประมาณ 1,600.-บาท ถ้าเพื่อนคนไหนมีจิตรศรัทธา จะบริจาคเงินสนับสนุนในการจัดทำสารสัมพันธ์ เพื่อจะได้ไม่ไปรบกวนเงินกองกลางของชมรมฯ สามารถบริจาคได้ที่คุณ อนันต์ สิทธิรุ่งโรจน์,พ.ต.อ.พิษณุ รักการศิลป์ และกับผม หรือบริจาคกับคนอื่น ๆ ก็ได้ และเพื่อจะนำจัดส่งมาเป็นทุนในการจัดสารสัมพันธ์ต่อไป........พบกันฉบับหน้าครับ มนตรี ศรีภิรมย์

30/7/54

เชิญร่วมงานฉลองพระประธานวัดถ้ำฯ อ.ปากช่อง




เรียน เพื่อน ๆ
คุณวุฒิศํกดิ์ วานิชย์กุล(แม้ว) ได้ฝากให้ประชาสัมพันธ์ว่า จากการที่พวกเราได้เคยไป
ทำบุญทอดผ้าป่าที่วัดถ้าฯ อ.ปากช่อง ใกล้ ๆ รีสอร์ทของแม้ว ช่วงต้นเดือน เมษายน 2554 ที่ผ่านมา
และทางวัดจะมีพิธีฉลองพระประธาน ในวันที่ 12-14 สิงหาคม 2554 นี้ ซึ่งเป็นวัดหยุดติดต่อกันหลายวันด้วย
เพื่อนคนไหนสนใจจะไปร่วมทำบุญ และไปร่วมงานขอเชิญ ติดต่อประสานงานได้ที่
คุณผุสดี หิรัญไพบูลย์(ตุ้มเป็ด) หมายเลขโทรศัพท์ 081-9148989 ได้ตลอด 24 ชม.ไม่มีวัดหยุดราชการ

24/7/54

แนะนำเพื่อน‏


ถึง เพื่อน ๆ
ใน1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนบางคนอาจะได้จะได้จดหมาย
ems ซองสีแดง มีการ์ดแต่งงาน แล้วอ่านชื่อ นามสกุลแล้วงง ๆ มันส่งผิดหรือเปล่าว่ะเนี่ย !
ชื่อเพื่อนหรือเปล่าเป็นต้น ? เป็นคำถามมากมายเลยขอชี้แจงแถลงไขให้ทราบ

เพื่อนตามรูป ตอนเรียนหนังสือชื่อ คุณเกรียงศักดิ์ เพชรอำไพ
ต่อมาเพื่อเป็นศิริมงคลของครอบครัว เลยเปลี่ยนนามสกุล เป็น โชควรพัชร์
ต่อมาอีกเพื่อเป็นศิริมงคลกับตัวเองจะได้เป็นนายอำเภอไว ๆ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น พลัฎฐ์

ดังนั้น คุณเกรียงศักดิ์ เพชรอำไพเดิม ได้เปลี่ยนเป็น นายพลัฎฐ์ โชควรพัชร์

หรือท่านปลัดเกรียงนั้นเอง ขอเข้าใจตามนี้นะครับ
มนตรี

ปล. ปีหน้าถ้าเพื่อนได้เป็นนายอำเภอ ไปถามหาท่านเกรียงศักดิ์ ระวังลูกน้องท่านจะงง ๆ นะครับ
และถ้าว่าง ผมจะแนะนำเพื่อนที่เปลี่ยนชื่อ หรือเป็นนามสกุลทั้งหมดให้ทราบต่อไป

20/7/54

ขอเชิญประชุมประจำเดือน

เรียนเพื่อน ๆ ชมรมศิษย์เก่า พ.พ.14-16
ขอเชิญประชุมประจำเดือน ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค.2554
เวลา 19.00 น. ที่โรงเรียนกวดวิชาสุดประเสริฐ
จึงขอเชิญประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

30/6/54

เพื่อน


* คน ที่เป็น เพื่อน **



ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษา



ระดับเดียวกัน

ไม่จำเป็นต้องมีฐานะ

เท่าเทียมกัน

ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งหน้าที่

การงานเท่าเทียมกัน

เพื่อนดีๆคือเพื่อนอย่างไร???

คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง

คอยฟัง ยามเพื่อนขอ

คอยรอ ยามเพื่อนสาย

คอยพาย ยามเพื่อนพัก

คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์

คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ

คอยง้อ ยามเพื่อนงอน

คอยสอน ยามเพื่อนผิด

คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ

คอยเจอ ยามเพื่อนหา

คอยลา ยามเพื่อนกลับ

คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน

คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว

คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น

คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน

คอยหอน ยามเพื่อนเห่า

คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ

คอยอุบ ยามเพื่อนปิด

คอยคิด ยามเพื่อนถาม

คอยปราม ยามเพื่อนหลง

คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง

คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด

คอย-อด ยามเพื่อนทาน

คอยคาน ยามเพื่อนล้ม

คอยชม ยามเพื่อนชนะ

คอยสละ ยามเพื่อนชอบ

ส่งให้คนที่คุณคิดว่า

เค้าเป็น... 'เพื่อน'

และอย่าลืมส่งกลับ

ให้กับ 'เพื่อน'

คนที่ส่งมาให้คุณ

เพื่อนที่รักเรา

หาไม่ง่ายเลย

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีแล้ว

จงรักษา"เพื่อน"ไว้ให้ดีดี

รักกันไว้ให้มากๆ

ไม่มีอีกแล้ว

ถ้า

เราเสียเพื่อนที่ดีไป

เพียงเพราะ

แค่เหตุผล โง่โง่

tanitsak pacharaphocharoen (tanitsakpacharaphocharoen88@gmail.com

29/6/54

เมื่อไม่มีความสุขกับงานที่ทำอยู่จะทำอย่างไร?? ฟังคำตอบจากทะไลลามะ


1.ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความเชื่อว่า คนเราจะมีความสุขเมื่อได้ทำงานที่ตัวเองชอบ

ถึงอย่างนั้นก็มีบ้างบางเวลาที่รู้สึกไม่สนุก ไม่เป็นสุขกับงานที่ทำ

ทั้งๆ ที่ชอบ

อาจเพราะในบางเวลาที่ว่านั้นงานอาจจะซ้ำซากเกินไป ซึ่งมักทำให้รู้สึกเนือย เฉื่อย เรื่อยเปื่อย เอื่อยๆ เมื่อยๆ และเหนื่อยทั้งที่ก็ไม่ได้ทำอะไรหนักหนา

บางทีความเหนื่อยก็เกิดจากการไม่มีอะไรให้ออกแรง

เอาแต่ออกแรงคิดวนเวียนถึงความเบื่อนั้นในหัวจนเหนื่อย

อาการแบบนี้มักถูกเรียกขานว่า "เหนื่อยใจ"

เมื่อนั้นก็เป็นสัญญาณว่าได้เวลาหาอะไรใหม่ๆ ที่ท้าทายทำเสียบ้าง



2.บทหนึ่งในหนังสือ "ศิลปะแห่งความสุขในที่ทำงาน" ที่เกิดจากการที่ คุณโฮเวิร์ด ซี. คัตเลอร์ เดินทางไปนั่งคุยกับท่านทะไลลามะ ได้พูดถึงความสมดุลระหว่างความน่าเบื่อกับความท้าทายในการทำงานเอาไว้

ผมชอบเวลาที่ท่านทะไลลามะตอบคำถาม ท่านดูเป็นมนุษย์ปุถุชนดีจัง เหนื่อยก็บอกเหนื่อย กังวลก็บอกว่ากังวล ดังนั้น คำสอนหรือธรรมะจากท่านจึงเป็นธรรมะที่ผมรู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับผม นำไปปฏิบัติได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หลุดพ้นหรือบรรลุโสดาบันหรืออรหันต์เสียก่อนจึงจะคิดและทำได้แบบนั้น

ท่านทะไลลามะเล่าให้ฟังถึงตอนที่ต้องไปพูดเรื่องยากๆ ให้พระเก้าพันรูปที่อินเดียฟัง

"ฉันรู้สึกเป็นกังวลอยู่เล็กน้อยตั้งแต่ที่ตกลงใจเป็นผู้สอนเมื่อเกือบหนึ่งปีมาแล้ว ดังนั้น ในช่วงสองสัปดาห์ก่อนจะไปที่นั่น ฉันก็ต้องอ่านอย่างจริงจังและจดบันทึกเป็นเวลานานสามชั่วโมงทุกเช้า ฉันต้องสอนวันละห้าชั่วโมงนานห้าวัน"

ท่านกังวลอยู่บ้างในวันแรก และความกังวลก็ค่อยๆ คลี่คลายไป เมื่อวันเวลาผ่านไป

เมื่อคุณโฮเวิร์ดถามว่า "งานหนักตรงจุดนั้นนำมาซึ่งความพอใจอะไรบ้างไหม"

ท่านทะไลลามะตอบว่า "ในวันสุดท้ายฉันรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งเลย รู้สึกโล่งอกมากๆ ด้วย ภารกิจนี้ลุล่วงแล้ว!

"ความพึงพอใจนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับการปลดปล่อยจากความกังวลนั้น แต่โดยรวมแล้วดูเหมือนว่ายิ่งงานหนักเท่าใดความพึงพอใจก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น"

ท่านยังกล่าวเสริมอีกว่า "ถ้าคุณต้องพบกับความยากลำบากในเวลานี้ ก็เป็นที่แน่นอนว่าในภายหลังคุณจะได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ความสุขจะเป็นของคุณ ดังนั้น ความยากลำบากจึงเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความสุข เป็นรากฐานก็ว่าได้"

ระหว่างพยักหน้าตามผมก็แอบคิดแย้งในใจเหมือนกันว่า แต่ความยากลำบากก็อาจไม่ได้นำมาซึ่งความสุขในบั้นปลายเสมอไป นักเรียนที่อดนอนอ่านหนังสือแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายหลายคนก็ต้องมานั่งร้องไห้เพราะสอบไม่ติด บางคนอาจทุ่มเทกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาอย่างยาวนานเพียงเพื่อมาพบกับความล้มเหลวในตอนจบ

แต่ถ้ามองให้ดี ผมคิดว่าความทุกข์หรือความเสียใจที่เราได้รับจากความล้มเหลวหลังจากทุ่มเทอย่างหนักนั้นแม้มันจะมาก แต่ก็ยังทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากกว่าการล้มเหลวโดยที่ยังไม่ได้ทุ่มเทลงไปเต็มร้อย

ที่สำคัญ ทุกครั้งที่ทุ่มเทอย่างหนัก เรามักแข็งแรงขึ้น

คล้ายๆ ที่ท่านทะไลลามะบอกไว้ "เมื่อความท้าทายเช่นนี้เกิดขึ้นคุณก็ควรจะน้อมรับไว้ด้วยความเต็มใจ และมองความท้าทายนี้ว่าเป็นหนทางในการพัฒนาตัวเอง เพื่อความเจริญ เพื่อบรรลุถึงความเป็นอยู่ที่ดีและความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม"

ดูเหมือนว่าการทำงานหนักหรืองานที่ท้าทายความสามารถนำมาซึ่งความสุข แล้วถ้าต้องทำงานที่ไม่มีความท้าทายเลยล่ะ?


3. "สมมุติว่าท่านมีงานที่ไม่มีความท้าทายอะไรเลย เป็นงานที่น่าเบื่อมากๆ ขอแค่คุณไปทำงานก็พอแล้ว ไม่ต้องใช้ทักษะ ความสามารถหรือสติปัญญาของคุณแต่อย่างใด ท่านพอจะมีคำแนะนำหรือไม่ครับว่าควรจะทำอย่างไร"

ผมชอบคำถามนี้ของคุณโฮเวิร์ด และก็ชอบคำตอบของท่านทะไลลามะ

"คุณต้องมองก่อนว่ามนุษย์เรานั้นมีนิสัยแตกต่างหลากหลาย บางคนโดยเฉพาะคนที่มีสติปัญญามากกว่ามักจะชอบความท้าทายทางความคิดและการแก้ปัญหา แต่เขาเหล่านี้อาจไม่ชอบทำงานที่ต้องใช้แรง แต่คนอื่นอาจจะชอบงานที่ท้าทายน้อยกว่า"

ท่านยกตัวอย่างชาวทิเบตคนหนึ่งที่เคยเป็นพระมาก่อน เขาชอบทำงานที่ไม่ท้าทายอะไรเลย แต่ชอบงานที่ต้องออกแรง ทำซ้ำๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก และในระหว่างที่ทำงานนั้นเขาก็ชอบคิดเรื่องธรรมะ งานนั้นทำให้จิตใจของเขาว่างไม่ไปคิดถึงสิ่งอื่น

คล้ายท่านทะไลลามะกำลังบอกใบ้ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะให้ความสำคัญกับการงานที่ทำราวกับมันเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดในชีวิต

ยังมีมิติอื่นๆ ในชีวิตที่เราจะมีความสุขไปกับมัน

และบางคนก็เลือกที่จะทำงานบางอย่างเพื่อจะได้มีเวลาว่างหรือได้ใช้หัวสมองไปกับสิ่งอื่นที่สำคัญไม่แพ้การงาน



4. ผมอาจจะโชคดีได้ที่ทำงานที่ชอบ ได้ทำในสิ่งที่รัก และมักจะเที่ยวสะกิดคนนั้นคนนี้ให้มองหางานที่ตัวเองชอบ ที่ทำแล้วมีความสุข อยากตื่นเช้าไปทำงานทุกวัน

เมื่อสะกิดแล้วบางทีก็จะเจอคำถามที่โยนกลับมาว่า "ถ้าไม่ชอบงานที่ทำอยู่ แต่ไม่รู้ว่าชอบอะไร ต้องทำยังไงดี"

คำตอบเท่าที่นึกออกคือ หากเจ้าของคำถามนั้นยังอยู่ในวัยที่ทดลองใช้ชีวิตได้ ก็น่าจะลองออกไปทำงานอื่นที่คิดว่าน่าจะชอบดูสักตั้ง เพราะยังมีเวลา แต่กับบางคนที่ผ่านชีวิตมาเนิ่นนาน ลองงานโน้นนี้มาก็มาก คำตอบคงจะยากกว่าเยอะ

ในระหว่างที่กำลังตั้งคำถามว่า "ต้องทำงานอะไรจึงจะมีความสุข" เราอาจจะโดนเจ้าตัวคำถามนี้หลอกให้หลงทางก็เป็นได้

บางทีคำถามที่ควรถามสำหรับบางคนบางวัยอาจจะเป็น "ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขกับงานที่ทำ"

ท่านทะไลลามะบอกว่า "ย่อมมีความเป็นไปได้ที่ใครสักคนหนึ่งจะมีงานที่จำเจซ้ำซากมากๆ เป็นงานที่อาจจะไม่ท้าทายอะไรเลย และอาจจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังเป็นคนที่มีความสุขได้ โลกเรามีคนอย่างนี้อยู่ตั้งเยอะ"

ความสุขจากงานที่ทำอยู่อาจจะเป็นการที่ได้มีเพื่อนร่วมงานที่ดี บรรยากาศเฮฮาตอนกินข้าวเที่ยง หรืออาจเพราะว่ามันเป็นงานที่ทำให้เราได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวได้เร็วกว่างานอื่น ได้มีเวลาอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง เย็บปักถักร้อย ดูซีรี่ส์เกาหลี ดูดีวีดีสามก๊กจนจบสามรอบ

นั่นก็คือความสุขในชีวิตมิใช่หรือ

ท่านทะไลลามะสมมุติคนสองคน คนหนึ่งมีที่มาของความสุขจากงานเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีชีวิตด้านอื่นเลย ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ไม่สร้างมิตรภาพในที่ทำงาน กับอีกคนหนึ่งที่ทำงานน่าเบื่อซ้ำซาก แต่มีความสนใจด้านอื่นนอกเหนือไปจากงาน ใช้เวลากับครอบครัว ออกไปเที่ยวกับเพื่อน ได้เดินทาง ท่านบอกว่า คนหลังน่าจะเป็นคนที่มีความสุขกว่า

"เขาอาจจะไม่ได้มีงานที่น่าสนใจ แต่เขายังมีชีวิตที่น่าสนใจได้"

คราวนี้ผมพยักหน้าจนคางแทบลงไปโขกนม!

อยู่ที่เราจะมอง "งาน" ว่ามันคือ "ทั้งหมด" ของชีวิต หรือเป็นเพียง "ส่วนหนึ่ง" ของชีวิต

คนที่บ้างาน ชอบงาน รักงาน อาจคิดว่าคนเราควรทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปในงานให้เต็มร้อย (บางคนอาจจะเต็มร้อยห้าสิบ)

แน่ละ ใครได้ทำงานที่รักก็โชคดีไป

แต่บางคนอาจมองอีกแบบ งานก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น และมันอาจไม่ได้ต้องการพลังทั้งหมดและเวลาทั้งหมดในชีวิตของเราไปเพื่อมันก็ได้

ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่งานที่เราทำเท่านั้นที่จะนำมาซึ่งความพึงพอใจในชีวิตของเรา

ชีวิตของเราไม่ได้ถูกนิยามจากงานที่ทำเท่านั้น

ถ้าต้องเลือกระหว่างการมี "งานที่น่าสนใจ" กับการมี "ชีวิตที่น่าสนใจ"

ผมคิดว่าอย่างหลังนั้นน่าสนุกกว่ากันเยอะ

แต่ก่อนที่จะมี "ชีวิตที่น่าสนใจ" เราอาจจะต้อง "สนใจชีวิต" เสียก่อน

สนใจว่า นอกเหนือจากงานแล้ว ยังมีอะไรอีกบ้างที่เราสนใจ อยากใช้เวลา อยากให้ความสำคัญ อยากลองลงมือทำสักตั้ง

เมื่อรู้แล้วเราอาจจะลืมคิดถึงการงานที่น่าเบื่อไปเลยก็ได้

ชีวิตจะน่าสนใจเมื่อเราเริ่มสนใจชีวิต
นิ้วกลม
www.facebook.com/Roundfinger.BOOK

25/6/54

คำสอนท่านพุทธทาส


1. ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ตัวเราเอง

2. ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือความอวดดี

3. การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกลวง

4. สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอิจฉาริษยา

5. ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การยอมแพ้ตัวเอง

6. สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกตัวเอง

7. สิ่งที่น่าสังเวชที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความถดถอยของตัวเอง

8. สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอุตสาหะ วิริยะ

9. ความล้มละลายที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความสิ้นหวัง

10. ทรัพย์สมบัติที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตเรา ก็คือสุขภาพที่สมบูรณ์

11. หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ หนี้บุญคุณ

12. ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้อภัยและความเมตตากรุณา

13. ข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตเรา ก็คือการมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล

14. สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้ทาน

nithad rungnapanate (nithad.napa@hotmail.com

24/5/54

ความสุขจากการเริ่มต้นที่ดี‏

ในสมัยที่อะไรๆ ก็แพงนี้ ดูเหมือนความสุขจะราคาแพงและอยู่ห่างไกล นั่นเป็นมายาคติ แท้ที่จริงความสุขอยู่ใกล้ และราคาถูกมาก (Happiness at Low Cost) ที่ว่าใกล้นั้น อาจใกล้มากจนเป็นความสุขฉับพลัน (Instant Happiness) ก็ได้ ถ้าเราแหวกเส้นผมที่บังภูเขาออกไป ภูเขานั้นคือภูเขาแห่งความสุข เส้นผมนั้นเสมือนม่านบังตา ที่จริงๆ แล้วก็เส้นเล็กนิดเดียว ซึ่งถ้าเราสามารถแหวกออกไปได้ เราก็จะเห็นภูเขา



การแหวกม่านบังตาออกไปคือ การเห็นใหม่หรือการมีมุมมองใหม่ การมีมุมมองใหม่ทำให้เกิดความสุข การมีมุมมองใหม่ไม่ต้องใช้เงินเลย การมีมุมมองใหม่เริ่มต้นที่คนใกล้ชิด เช่น สามี ภรรยา พ่อ แม่ พี่น้อง ลูก เพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิดเป็นบ่อเกิดของความทุกข์หรือความสุขอย่างสำคัญ เพราะใกล้ตัวสัมผัสสัมพันธ์อยู่ทุกวัน เพราะความใกล้ชิดจึงมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง แล้วก็จำฝังใจอยู่ในเรื่องนั้น



ความรู้สึกและความจำฝังใจเข้ามากำหนดมุมมองให้เราเห็นเรื่องไม่ดีมากขึ้น กลายเป็นความทุกข์ความบีบคั้นอย่างเรื้อรัง ที่จริงสามีหรือภรรยา หรือพ่อแม่พี่น้อง ลูก เพื่อนร่วมงาน มีความดีอยู่มากทีเดียว แต่ยามโกรธเรามองไม่เห็นความดีเหล่านั้น ถ้าเราเปลี่ยนมุมมอง พลิกมองจากมุมอื่น เห็นความดีของคนเหล่านั้น ความทุกข์จะมลายหายสูญไปอย่างฉับพลัน เกิดความสุขความปีติยินดีเข้ามาแทนที่
เราต้องรำลึกไว้เสมอว่า คนเรามีความเห็นแก่ตัวก็จริง แต่ความเห็นแก่ตัวไม่ใช่ด้านเดียวของมนุษย์ ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในหังใจ นี้ก็เป็นการเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเพื่อนมนุษย์ ถ้าเราเห็นแต่ความเลวร้าย เราก็จะท้อแท้ห่อเหี่ยวหมดหวัง ถ้าเราคิดว่ามนุษย์ทุกคนมีธาตุหรือเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในหัวใจ โลกจะสดใสและมีความหวังขึ้น ..."


ที่มา: ศ.นพ. ประเวศ วะสี, บทความ ?ความสุขจากการเริ่มต้นที่ดี?, หนังสือ ?กรุ่นกลีบความสุข? เส้นทางสู่ความสุขโดย 12 นักคิด-นักกิจกรรมเพื่อสังคม, สนพ. กรีน-ปัญญาญาณ
teana veeramacha (teana2007@hotmail.com

23/5/54

ประชาสัมพันธ์:ลูกชายเพื่อนแต่งงาน...น.ท.สมปอง ภาคภูมิ



ถึง เพื่อน ๆ น.ท.สมปอง ภาคภูมิ ส่งเมล์มาขอเชิญเพื่อน ๆ
ร่วมงานมงคลสมรสของลูกชาย วันงาน น่าจะเป็นวันเสาร์ที่ 4 มิ.ย.2554
ประสานงานกับ เจ้าตัวได้ที่เบอร์ 081-8069128
จาก
มนตรี
ขอเชิญเพื่อน พพ.๑๔ - ๑๖ ร่วมฉลองมงคลสมรสพระราชทาน เรือเอก ยุทธศาสตร์ ภาคภูมิ กับ ทพ.หญิง ภัทรรัตน์ เทียนศรีม่วง ในวันเสาร์ที่ ๔ พ.ค.๕๔
เวลา ๐๗๐๐ - ๑๐๐๐ พิธีสงฆ์ ห้องโกเมน หอประชุมกองทัพอากาศ ดอนเมือง(ใกล้กับ ร.พ.ภูมิพล)
เวลา ๑๘๐๐ ห้องวิภาวดี บอลรูม โรงแรมโซฟิเทลฯ (เซ็นทรัล ลาดพร้าว) รถตู้จอด โรงเรียนหอวังฯ จาก น.ท.สมปอง ภาคภูมิ, ๐๘๑ ๘๐๖๙๑๒๘

21/5/54

ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใด

ความสุข เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
ความสุขไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางที่ไปถึง

คุณบอกกับตัวเองว่า เมื่อได้แต่งงาน และมีลูก ชีวิตของคุณก็จะดีขึ้น
แต่เมื่อมีลูก และลูกของคุณยังเล็กอยู่ คุณก็เกิดความรู้สึกว่า
เมื่อเขาโตขึ้นเราคงมีความสุขและสบายขึ้น

แต่เมื่อลูกโตมากขึ้น จนย่างเข้าสู่วัยรุ่น
คุณกลับรู้สึกไม่ได้ดั่งใจอีกครั้ง
และเมื่อลูกๆ ผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นไปได้
คุณคิดว่า คุณจะมีความสุขมากขึ้น
แต่คุณกลับบอกกับตัวเองอีกว่า จะรอให้ลูกๆ
จัดการกับตัวของเค้าเองให้เรียบร้อยดีเสียก่อน

บางครั้งคุณคิดว่า ถ้าคุณมีบ้าน มีรถ มีวันหยุดพักร้อนนานๆ
และเมื่อถึงวันเกษียณอายุการทำงาน
ชีวิตของคุณจะมีความสุขมากที่สุด
แต่เมื่อเกษียนแล้วก็จริง แต่ทำไมถึงยังไม่มีความสุขสักที

ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกัน ?
แท้จริงแล้ว ความสุขของชีวิต อยู่ ณ ช่วงเวลาขณะนี้ ช่วงเวลาปัจจุบัน ไม่ต้องรอให้ความสุขมาหาเราในอนาคต
เราควรมีความสุข และพึงพอใจกับความสุขอยู่ในปัจจุบัน

ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ต้องมีสิ่งท้าทายเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ทั้งอุปสรรคต่างๆ หรือบททดสอบชีวิตอันยากเข็ญ
แต่ในที่สุดเราก็จะต้องก้าวผ่านไป อุปสรรคกับชีวิตเป็นของคู่กัน
ดังนั้น เป็นหน้าที่ของเรา ที่ต้องความสุขและความพึงพอใจจากการเดินทางบนถนนแห่งชีวิตนี้ซึ่งจะทำให้ชีวิตมีความสุข
มากกว่าที่จะรอให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อน
แล้วถึงจะมีความสุขได้

เริ่มหยุดพูดกับตัวเองเสียทีว่า
ถ้าฉันลดน้ำหนักได้สัก 5 กิโล ฉันถึงจะมีความสุข
ถ้าฉันได้แต่งงาน ฉันถึงจะมีความสุข
ถ้าผมได้ซื้อบ้าน ผมถึงจะมีความสุข
ถ้าผมได้เกิดเป็นลูกคนรวย ผมถึงจะมีความสุข
ถ้าคุณหยุดพูดถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ชีวิตของคุณก็จะมีความสุข
และคุณจะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิต

ตอบคำถาม ต่อไปนี้
1. บอกชื่อคน 3 คน ที่รวยที่สุดในโลก
2. บอกชื่อนางงามจักรวาล 3 คนล่าสุด
3. บอกชื่อ ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล 3 คนล่าสุด
4. บอกชื่อนักแสดงนำชาย 3 คนล่าสุดที่ได้รับรางวัลออสการ์

นึกไม่ออกใช่ไหม? ไม่ใช่เรื่องแปลก
ไม่มีใครหรอกที่จะจดจำคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด
คนที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ ก็ล้วนล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา
รางวัลต่างๆ เมื่อวางไว้นาน ก็จะถูกฝุ่นจับ แม้แต่ผู้ชนะก็จะถูกลืมในไม่ช้า

ตอบคำถาม ต่อไปนี้
1. บอกชื่ออาจารย์ 3 ท่านที่เคยช่วยเหลือคุณในเรื่องการเรียน
2. บอกชื่อเพื่อน 3 คนที่ช่วยเหลือคุณในยามที่คุณต้องการ
3. นึกถึงคน 3 คนที่ทำให้คุณรู้สึกว่า คุณได้เป็นคนพิเศษ
4. บอกชื่อคน 3 คนที่คุณอยากใช้เวลาด้วย

นึกออกง่ายกว่าใช่ไหม? นั่นเป็นเพราะว่า
คนที่มีความหมายต่อชีวิตคุณ ไม่ได้เป็นคนที่ต้องเป็นที่สุด
ไม่ได้มีเงินมากที่สุด ไม่ต้องได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เพราะยังมีคนใกล้ตัวคุณอีกหลายคน
ที่ห่วงใยคุณ คอยให้การดูแลคุณ
และเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะคอยอยู่เคียงข้างคุณ

... ไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะมีความสุข
มากกว่าช่วงเวลา ณ ปัจจุบันนี้..
ใช้ชีวิตให้มีความสุขกับช่วงเวลาปัจจุบัน



สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้

๑. อย่าเปรียบเทียบ ชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคน
ที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
๒. อย่าคิดทางลบ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลก
ในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิด ทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
๓. อย่าทำอะไร เกินกว่าที่ตัวเองทำได้ ...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
๔..อย่าเอา จริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
๕. อย่าเสียเวลา และพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิม หรือเรื่องซุบซิบ....
นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
๖. จงฝันตอนตื่น มากกว่าตอน หลับ
๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆปลี้ๆ...คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่าง
ที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสียและอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความ
ผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
๙. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร... จงอย่าเกลียดคนอื่น
๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และ ปัญหาเป็นเพียง
ส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...
แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกเถียงกับคนอื่น หรอก...
บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็
ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร
แล้ว เราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง เราล่ะ?
๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ
๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
๓. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6ขวบ
๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย
๗. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหา สุขภาพ ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็น อันขาด
และ ถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้ , ก็ควรจะทำ ดังต่อไปนี้
๑. ทำสิ่งที่ควรทำ
๒. อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์,จงทิ้ง ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม ?
๓. เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผล ทุกอย่างได้
๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยว มันก็เปลี่ยน
๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุก จากเตียง, แต่งตัว
และปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน ด้วย... get up, dress up and show up.
๖. สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข เสมอ...
ดังนั้นส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า
และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด

จาก
w_pongpan@hotmail.com

10/5/54

เพื่อนเป้า


กำหนดฌาปณกิจศพ เพื่อนสันติวาส แสนคำ(เป้า)
ในวันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ค.2554 เวลา 16.00 น.
ณ.วัดท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร
จึงแจ้งมาให้ทราบโดยพร้อมเพรียงกัน
ปล.รุปที่เห็นเป็นรูปสุดท้ายที่เพื่อนได้มาร่วมงานรดน้ำดำหัวอาจารย์
และเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนร่วมรุ่น เมื่อ 13 เม.ย.2554

6/5/54

เพื่อนสันติวาส แสนคำ (เป้า)‏



ถึง เพื่อน ๆ
ด้วยเพื่อนสันติวาส แสนคำ(เป้า) ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ค.เวลา ประมาณ 22.00 น
ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
กำหนดการรดน้ำศพ วันที่ 6 พ.ค. เวลา 14.00 น.ที่วัดท่าหลวง ศาลา 1 จ.พิจิตร
ชมรมเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ ในวันเสาร์ที่ 7 พ.ค.นี้ เวลา 20.00 น.
จึงขอเชิญร่วมงานศพโดยพร้อมเพรียงกัน
สำหรับกำหนด ฌาปณกิจศพ ในวันไหนนั้นจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

21/4/54

เพื่อนมนัส และ พ.ต.อ.พิษณุ‏




ความคืนหน้า เพื่อนมนัส อินศรีชื่น ปัจจุบันอาการดีขึ้นเป็นลำดับ สามารถนั่งได้
ตอนนี้กำลังจะหัดยืนให้ได้ เมื่อยืนได้แล้วก็จะหัดเดินต่อไป ซึ่งเพื่อนมนัส มีอาการดีขึ้นมาก
กำลังใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใสพูดคุยได้ตามปกติ ชูสองนิ้วเลยหละ
สำหรับผู้กองพิษณุ ดีใจหน้าสดชื่น เพราะได้เป็นคุณตาแล้ว บุตรสาวคนเล็กคลอดลูก เมื่อวันที่ 14 เม.ย.54
หลังจากกลับจากงานเลี้ยงรุ่นวันที่ 13 เม.ย. ลูกสาวคลอดตอน ตีหนึ่งของวันที่ 14
เป็นหลานสาวคนแรกของครอบครัว ของให้มีความสุขมากๆ นะเพื่อน
มนตรี
ปล. แก้ข่าว ที่ผมเขียนสารสัมพันธ์ ว่าคุณสมสักดิ์ ศรีวันทนียกุล(ซึ่งสมสักดิ์ก็สะกดผิด) บริจาค 1,000.-บาทนั้น
ขอแก้ข่าว ว่าชื่อที่ถูกต้องคือ คุณสมนึก ศรีวันทนียกุล (ชอร์)
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

สารสัมพันธ์ 14-16 เม.ย.54



ถึง เพื่อน พ.พ.14-16
งานสังสรรค์รุ่นและรดน้ำดำหัวอาจารย์ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2554 ที่ร้านอาหารบ้านครัวตี๋น้อยก็ผ่านไปด้วยดี มีเพื่อน ๆ มาลงทะเบียนร่วม 51 คน อาจารย์ 8 ท่าน และมีเพื่อนที่ไม่ได้มาร่วมงานบริจาคเงินอีก 4 ท่าน 1.พล.ต.เด่นดวง ทิมวัฒนา 2,000.-2คุณสมนึก ศรีวันทนียกุล 1,000.-3.คุณเพ็ญประภา สังข์เมือง 1,000.-และ 4พ.อ.ธนัญชัย พยัตตพงษ์ 500.-ชมรมฯขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ สารสัมพันธ์ ฉบับนี้ มีเพื่อนของเราส่งบทความมาให้อ่าน และคำกลอนของคุณสุรชัย พงษ์พานิช ซึ่งพวกเราทุกคนสามารถเขียนบทความ หรือสารอื่น ๆ ข้อมูลความเคลื่อนไหวมาให้ชมรมฯได้ตลอดเวลานะครับ ผมเป็นสื่อกลาง ให้กลับเพื่อน ๆ ได้ตลอดเวลา
ปัจจุบันข่าวสารของชมรมมี 3 ช่องทางคือ 1.เวปไซด์ของชมรม ซึ่งเพื่อนสามารถติดตามข่าวสารจากช่องทางนี้ได้ http://pp14-16.blogspot.com/ ถ้าไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ให้พิมพ์ ชมรมศิษย์เก่า พ.พ.14-16 ที่ google และกด enter ก็จะปรากฏลิงค์ชองชมรมมาให้เห็น ซึ่งเพื่อนสามารถติดตามข่าวย้อนหลังได้ที่คลังบทความ 2.ช่องทาง e-mail address ปัจจุบัน เพื่อน ๆ มีอีเมล์แล้วจำนวน 98 คน ซึ่งก็ได้มีส่งข่าวหรือสารสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว ซึ่งถ้าเพื่อนไม่ถนัดจะสมัครอย่างไร ให้ลูกๆ หลาน ๆสมัครให้ ก็ได้ซึ่งก็มีเพื่อนเราหลายคนให้ลูก สมัครให้ และเปิดให้ดู เป็นระยะๆ และช่องทางที่ 3 คือ ทางจดหมาย ซึ่งจะช้าหน่อย อาจจะ 2 เดือน ครั้ง หรือ 3 เดือนครั้ง หรือถ้าเดือนไหนขยันหน่อยก็เป็นเดือนละครั้งเป็นต้น
วารสาร-ถึงเพื่อนๆ ชาวพ.พ.14-16
ไม่ได้เขียนถึงเพื่อนๆมานานมาก จนเพื่อนๆลืมต้อยดาร์กี้กันหมดแล้ว วันนี้มีอารมณ์อยากจะเขียนถึงเพื่อนจากงานเลี้ยงมุทิตาจิตอาจารย์ 13 เม.ย.2554 ที่ร้านอาหารบ้านครัวตี๋น้อยของคุณคำแสนแล้วมีอยู่ช่วงหนึ่ง พวกเราขึ้นร้องเพลงฮิตประจำ พ.พ.กันนั้น คือเพลงพิทยาสถาพร ทำให้นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาหลายปี 1.ที่พิจิตร ไปงานเลี้ยงสังสรรค์พบเพื่อนเราหลายคน หลังจากงานเลี้ยงเลิกราก็มาต่อกันร้านข้าวต้ม จำชื่อร้านไม่ได้แล้วแล้วเพราะเมา ก็เป็นธรรมเนียม ข้าวต้ม +1 แบน+2 แบน พอได้ที่เลือดม่วงขาวเข้างสิง ร้องเพลงพิทยาสถาพรกันทั้งโต๊ะ ร้อได้ครึ่งเพลง สังเกตุ แอ้! ทำไมเสียงมันดังจะว่ะ หันไปดูโค๊ะข้างๆ โอ้โห้ ขาแจมเพียบทั้งร้องทั้งปรมมือดังหึ้มไปทั้งร้าน มีโต๊ะข้างแจมอยู่โต๊ะ ปรมมืออย่างเดียว ไม่ร่วมร้องเพลงด้วย จบเพลงเข้าไปถามไถ่ พ.พ.รุ่นไหนเนี้ย! เค้าบอกพ.พ.รุ่น14-16 อ้าวรุ่นเดียวกันนี้หว่า! ถ่ามเพื่อนๆ เคยเห็นหน้าเค้าหรือเปล่าดูไม่คุ้นเลย ทำไม่ไม่ร้องเพลงหละ จำเนื้อเพลงไม่ได้หรอ! จำได้ครับแต่ร้องเพลงแล้วเนื้อเพลงมันกระโดด ทำให้ร้องผิดจังหวะ คือผมพยายามร้องตามอย่างนี้ พิจิตรพิทยาคมน่าชมสง่างาม สมกับนามพิจิตรพิทยาคม! เอ้าไอ้ห่า! จบพ.พ.14-16 โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ถึงว่าทำไมเอาแต่ปรบมือ ! ฮ่า ๆๆๆๆ 2.ที่ปัตตานี ! พ.พ.รุ่นน้องเล่าให้ฟัง ไปเป็นทหารเกณท์ ถูกส่งไปดูแลความสงบสุขให้คนใต้ อย่านึกว่าจะไม่มีชาว พ.พ.อยู่ ! มีครับมีเพียบ เคยร้องเพลงพิทยาสถาพร ตามร้านอาหารมาแล้ว เหมือนที่พิจิตรเลยขาแจมมาเพียบ แต่มาเป็นลูกๆ ลูกเกลี้ยงมาก่อน ตามมาด้วยลูกน้อยหน่า+ลูกปืนด้วย วงแตกกระเจิง ฮาๆๆๆๆๆๆๆ! เสือกร้องผิดที่ 3.ที่เชียงราย! ไปร้องเพลงพิทยาสถาพรที่วัดร่องขุน ฝรั่ง+นักท่องเที่ยว ปรมมือกันใหญ่ แสดงว่าเพลงนี้มีหลังมาก! มีคนในวัดร่องขุ่นเห็นเค้าเรียกว่าอาจารย์ ใส่หมวกกระโล่,เสื้อหม้อฮ่อม+กางเกงขาก้วย แบบทางเหนือสะพายย่ามร้องเท่าแตะ เดินยิ้มเข้ามาหา แล้วพูดทักทายกับพวกเราแบบลากเสียงยาน ๆ ว่า “แหม มันช่างอังการณ์งานเพลงจริง ๆ อาจารย์เพิ่งเคยได้ยิน มันมีศิลปะเหนือจินตนาการ มีพลังเหนือจิตใต้สำนึก มีทำนองทีกระตุ้นให้มีความฮึกเหิม มีเนื้อร้องที่บ่งบอกความหายอย่างชัดเจน ” สุดยอด ๆ จริง ๆ “ อาจารย์ขอเนื้อเพลงทั้งหมดนะจะเอาไปบรรจุไว้ในโบสถ์วัดร่องขุนนี้แหละ “ ฮ่าๆ ๆ ของเขาดี ของเขาดี ๆ คงเดาถูกนะว่าเขาเป็นใคร! ใครไปวัดร่องขุนดูด้วย ! คืออิทธิพล ของเพลงพิทยาสถาพร ร้องที่ไหนมีพวกแจมที่นั้น พวกเราคือชาว พ.พ.14-16
จบแล้วคิดถึงเพื่อน ๆ
จาก ต้อยดาร์กี้ 21/04/2554
เพื่อน พ.พ.
เคยเดินสวน กันไปมา นุ่งขาสั้น
รั้ววังจันทน์ ต่างพากเพียร เรียนหนังสือ
ธงม่วงขาว โปกสะบัด พัดระบือ
เพลงพิทยา ลือชาก้อง ท่องขึ้นใจ
องค์นเรศวร ทรงยิ่งใหญ่ ได้ศักดิ์ศรี
พระบารมี แผ่กว้างไกล ให้มุ่งหมาย
นาม พ.พ. เรียกชื่อย่อ โรงเรียนชาย
มีนารายณ์ ยืนเยียบโลก โลกร่มเย็น
อันตะเกียง หากขาดไส้ ก็ไร้แสง
เปลวสีแดง สว่างไสว ไม่ได้เห็น
เปรียบคนเรา นั้นขาดเพื่อน ก็เหมือนเป็น
ดั่งเฉดเช่น แสงมืดมิด ปิดหนทาง

19/4/54

เหยือกเต็มหรือยัง????‏


ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน
เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท
เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวันจึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึกหัดง่ายๆ
แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด


เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ

เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบ
เหยือกแก้วขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วใส่
ลูกเทนนิสลงไปจนเต็ม

'พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง?' เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท

แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน
'เต็มแล้ว...'

เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ

หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา แล้วเท กรวดเม็ดเล็กๆจำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบาๆกรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิสอัดจนแน่นเหยือก เขาหันไปถามนักศึกษาอีก
“เหยือกเต็มหรือยัง?'
นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ 'เต็มแล้ว...'


เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไปเปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา
และเททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก
เ ม็ดทรายไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย
เขาเทจนทรายหมดถุง
เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก

เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง “เหยือกเต็มหรือยัง?'

เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน
ปรึกษากันอยู่นาน

หลายคนเดินก้าวเข้ามาก้มๆ เงยๆ
มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง
มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน จวบจนเวลาผ่านไปเกือบ ห้านาที
หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น

“คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์'
“แน่ใจนะ'
“แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ'

คราวนี้เขาหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ
ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด
ทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่
เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ๆ ไง' เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น

“ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้
เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา ลูกเทนนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต
การเรียน สุขภาพ ลูก พ่อแม่และเพื่อน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริงจัง
สูญเสียไปไม่ได้

เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมา เ ช่น งาน บ้าน รถยนต์

ทรายก็คือเรื่องอื่นๆ ที่เหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราจำเป็นต้องทำ
แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน
คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา

ชีวิตเต็มแล้ว... เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด
ไม่มีที่เหลือใส่ให้ลูกเทนนิสแน่นอน'

ชีวิตของคนเราทุกคน ถ้าเราใช้เวลาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า

เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต
เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีคว?มสุข

ใช้ชีวิตเล่นกับลูกๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย
พาคู่ชีวิตกับล ูกไปพักผ่อนในวันหยุด พากันออกกำลังกาย
เล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต
พาพ่อแม่ไปเที่ยวพักผ่อนหรือทานข้าว โทรศัพท์หาเพื่อนบ้างให้รู้ว่าเรายังคิดถึงและเป็นห่วง
เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริงๆ ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด
หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา

นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

“แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ
หมายถึงอะไร?'


เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า “การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่าไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด
ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้นคุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ...'

แล้วเหยือกของคุณล่ะเต็มหรือยัง

11/4/54

วันพุธที่ 13 เม.ย.54 เรามีนัดกันที่ร้านอาหารบ้านอาตี๋น้อย

ถึงเพื่อน ๆ
วันพุธที่ 13 เมษายน 2554 เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป
อย่าลืมนะ เรามีนัดสังสรรค์ และรดน้ำดำหัวอาจารย์ผู้มีพระคุณของเรา
ที่ร้านอาหารบ้านอาตี๋น้อย (ทรีเฮาส์)เดิม ทีมงานการจัดงานพร้อมแล้วที่รอต้อนรับเพื่อน ๆ
และมีเพื่อนของเราสมทบเงินให้กับรุ่นเพิ่มอีก 1 ท่านคือ
พล.ต.เด่นดวง ทิมวัฒนา จำนวนเงิน 2,000.-บาท ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ